อข้างหนึ่งถือยันต์ห้วงความฝันพลางพึมพำภาษาเฮอมิสโบราณ
“แดงฉาน”หลังจากสิ้นเสียง ยันต์บนฝั่ามือพลันไร้น้ำหนักประหนึ่งเป็นเพียงภาพมายาไคลน์ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปจนตัวยันต์เริ่มมีเปลวเพลิงสีใสลุกโชนเงียบงัน ขณะเดียวกัน กลิ่นอายความมืดมิดอันปลอดโปร่งบรรจงแผ่ออกมาทีละนิดไคลน์เพ่งจิตควบคุมความมืดจากยันต์ ให้มันล่องลอยโอบล้อมร่างอลันและตนไว้ในเวลาต่อมา ชายหนุ่มรีบเข้าฌานและเริ่มเห็นความมืดมิดไร้ก้นบึ้งโดยกึ่งกลางมีกลุ่มก้อนแสงทรงรีสว่างไสวไคลน์แผ่พลังวิญญาณเข้าไปสัมผัสกับวัตถุส่องแสงดังกล่าวทันใดนั้น โลกรอบตัวพลันกลับหัวและบิดเบี้ยวรุนแรงจนกระทั่งภาพตัด มันลืมตาอีกครั้งและพบว่าตนกำลังยืนท่ามกลางดินแดนอันว่างเปล่า ใต้ฝั่าเท้าเต็มไปด้วยพื้นหินสีดำซึ่งไม่มีหญ้าแม้แต่ต้นเดียว
ใจกลางทุ่งโล่งมีหอคอยสีดำสูงตระหง่านหนึ่งหลัง ยอดหอคอยมีอสรพิษยักษ์สีเงินกำลังขดตัวเป็นเกลียว ศีรษะของมันยกขึ้นสูง ดวงตาจ้องมองมาทางไคลน์อย่างเย็นชาตรงข้ามกับคำอธิบายของอลัน งูยักษ์สีเงินตัวนี้ไม่มีเกล็ดทางกายภาพ ตามลำตัวเต็มไปด้วยลวดลายลึกลับสลักติดกันเป็นพืดอักขระถูกเขียนอัดแน่นในวงกลมและเรียงต่อกันเป็นจำนวนมาก กงล้อดังกล่าวทอดยาวไปตามแนวลำตัวจากหัวถึงหาง แต่ละวงจะมีสัญลักษณ์แตกต่างกันออกไปอย่างไรก็ตาม ส่วนหางและส่วนหัวของอสรพิษยักษ์กลับปรากฏเพียงครึ่งวงกลมเท่านั้น มองแล้วเกิดความขัดใจเหนือพรรณนา ถึงขั้นทำให้กลุ่มคนคลั่งค