อลันแสดงสีหน้าโล่งใจเมื่อได้ยินคำอธิบายจากปากนักสืบเชอร์ล็อก ขณะเดียวกันก็รอดูสถานการณ์ไปอีกสองสามวัน ว่าตนจะฝันร้ายแบบเดิมอีกหรือไม่หน้าประตูบ้าน หลังจากส่งศัลยแพทย์อลันกลับไปด้วยรอยยิ้ม สีหน้าไคลน์พลันอึมครึมราวกับกำลังครุ่นคิดในบางเรื่องการแปลความฝันไม่มีส่วนใดผิดพลาด ภาพของยอดหอคอยสีดำสนิท กำแพงชั้นแล้วชั้นเล่า บานประตูกีดขวางเส้นทางและอสรพิษสีเงินตัวใหญ่ ทั้งหมดสื่อความหมายตรงกันว่าเด็กชายวิล·อัสตินกำลักถูกคุกคามโดยบางสิ่ง อยู่ในอารมณ์หวาดระแวง และพยายามสร้างเกราะกำบังให้ตัวเองหลายชั้นแต่ปัญหาคือ ดอกเตอร์อลันไม่ควรฝันเรื่องราวเช่นนี้ได้ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็ต้องฝันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งฝันหลังจากได้พบนกกระเรียนกระดาษตามหลักของศาสตร์เร้นลับ หากอลันจะฝันถึงปัญหาของวิล·อัสติน ก็ต้องฝันตั้งแต่เด็กคนนั้นเริ่มพบว่าตัวเอกถูกใคร
บางคนคุกคาม หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เป็นช่วงเวลาขณะเด็กชายยังไม่ออกจากโรงพยาบาลดังนั้น ไคลน์จึงสงสัยว่าความฝันพิสดารของหมออลันเกิดขึ้นเพราะมีบางสิ่งเป็นสื่อกลาง และสิ่งนั้นก็คือนกกระเรียนกระดาษไคลน์ได้ใช้เนตรวิญญาณตรวจสอบนกกระดาษและไม่พบแสงละอองวิญญาณ แต่สัมผัสวิญญาณกลับร้องบอกว่ามีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับออริกามิตัวนี้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันยากจะตีความ พลังซึ่งควรค่าแค่การเคารพและหวั่นเกรง :พลังแห่งโชคชะตาเด็กชายวิล·อัสตินคนนั้นไม่ธรรมดา