สั่นสะท้านไปทั้งลำตัวเป็นความรู้สึกคล้ายกับกำลังตั้งค่ายภายในซากปรักหักพังของหอคอยหรือวิหารร้างตามลำพัง โดยด้านนอกเต็มไปด้วยความมืดมิดและสัตว์ประหลาดรอรุมขย้ำ…ณ สโมสรครักซ์ ไคลน์และนายแพทย์อลันตกลงค่าจ้างกันเรียบร้อย :สองปอนด์!คุณหมอร่ำรวยสมคำร่ำลือ… หากเป็นเราเมื่อไม่กี่เดือนก่อน งานแบบนี้คงได้รับค่าจ้างแค่ 10 ซูลเท่านั้น…ไคลน์ ผู้ยินดีรับงานนี้แม้จะไม่ได้เงิน กำลังลิงโลดภายในใจ
มันยังจำได้แม่นว่า สมัยยังทำงานกับเหยี่ยวราตรีเมืองทิงเก็น ผู้เก็บซากศพ ฟราย เคยบอกว่า สำหรับอาชีพหมอ หากมีชื่อเสียงจะได้รับค่าจ้างในอัตราสูงมากในตอนนั้น ฟรายมอบข้อมูลเปียมสาระตรงข้ามกับนักกวีเก๊เลียวนาร์ด·มิเชล โดยสิ้นเชิง เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า :‘ไม่ว่าใครก็ตาม หากสามารถซื้อบ้านติดถนนในย่านพลุกพล่านของเมืองเบ็คลันด์ได้ ธุรกิจแรกในหัวคือการเปิดคลินิก’ขณะเดียวกัน ไคลน์และอลันได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ทั้งสองจะไปเยี่ยมบ้านของเด็กหนุ่มวิล·อัสตินหลังจากเสร็จมื้ออาหารค่ำในเมื่อยังไม่บ่ายสาม ครูสอนขี่ม้า ทาลิม·ดูมงต์ ได้ชักชวนสหายทั้งสามคนไปนั่งบนโต๊ะเล่นไพ่ จากนั้นก็เริ่มเล่นไพ่เสิงจี๋*ซึ่งถูกคิดค้นโดยจักรพรรดิโรซาย(เสิงจี๋ – เกมไพ่เชิงนับเลข มีความหมายตรงตัวว่า‘ยกระดับ’ )
เราวางแผนว่าจะเล่นเทนนิส ซ้อมยิงปืน อ่านหนังสือในหอสมุด และพักผ่อนหย่อนกายสบายใจ… ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้…ไคลน์รำพันขณะเล่นไพ่กับพวกพ้องด้ว