ๆ…ด้วยการนำทางของผู้ช่วยเนตรแห่งปัญญา ไคลน์ถูกพาตัวมายังห้องนั่งเล่นอันคุ้นเคยท่ามกลางแสงจากเทียนไขเพียงหนึ่งเล่ม บรรยากาศรอบห้องจึงไม่ต่างอะไรกับฉากในหนังผี ยิ่งผนวกเข้ากับเครื่องแต่ง
กายประเภทชุดคลุมสีดำและหน้ากากเหล็ก ทุกปัจจัยส่งเสริมให้ดูน่ากลัวในวินาทีย่างกรายเข้าไปในห้อง ไคลน์พลันออกอาการมึนงงอย่างหนักหน่วงชายหนุ่มรู้สึกราวกับ เทียนไขไหววูบตรงกึ่งกลาง กำลังจ้องมองมาทางตนพร้อมกับจิตสังหารลึกลับมันรู้สึกราวกับ เปลวเทียนสีเหลืองกำลังหวังแผดเผาเส้นผมและเสื้อผ้าของตนให้ไหม้เกรียมมันรู้สึกราวกับ ผ้าม่านบนมุขหน้าต่างด้านหลัง กำลังปลิวเข้าหาตนเพื่อหวังอุดจมูกอุดปากให้มิดชิด จนกระทั่งเสียชีวิตเนื่องจากขาดลมหายใจเกิดอะไรขึ้นกันแน่?ไคลน์ยืนมึนงงพลางทวีความตึงเครียดสิ่งนี้ไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่เป็นความรู้สึกครอบงำอันยากจะหลีกหนีไคลน์กัดฟันทน บรรจงมองหาเก้าอี้นั่ง
ในวินาทีแก้มก้นสัมผัสกับเบาะ ชายหนุ่มพลันรู้สึกราวกับเก้าอี้จะระเบิด หนามแหลมต้นใหญ่ทะลวงขึ้นมาจากเบาะเก้าอี้และเสียบร่างตนอย่างอำมหิตทำไมเราถึงได้เข้าไปยุ่งกับเรื่องบัดซบทุกที… หรือจะเป็นเพราะความอ่อนเพลียทางพลังวิญญาณจากการต่อสู้ก่อนหน้า?ขณะครุ่นคิด ไคลน์มองไปรอบห้องและพบว่านักปรุงยาร่างท้วมไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมเกิดอะไรขึ้น? หมอนั่นออกจากเบ็คลันด์แล้วหรือ?ไคลน์พึมพำ ขณะเดียวกันก็ได้ยินมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญาประกาศเริ่มการชุมนุมลับ