ด้วยอำนาจเสียงโหยหวนของ ‘วิญญาณอาฆาต·สตีฟ’ฝั่ายชารอนก็หลีกหนีไม่พ้นความเจ็บปวด แต่เธอฝืนกัดฟันหุบฝั่ามือขวา ส่งผลให้แสงสว่างดับลงพร้อมกับการหายไปของบานประตูมายาสีทองแดงไคลน์ทราบดีว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ จึงอดทนต่ออาการบาดเจ็บตัวเอง ก้าวถอยหลังอย่างยากลำบาก ก่อนจะ ‘กระโจนไฟ’ ไปยังประกายเพลิงจากแรงระเบิดในทิศตรงกันข้ามขณะโผล่ตัวออกมายังเปลวไฟอีกฝัง ไคลน์หันไปเห็นสตีฟชายวัยกลางคนผู้สวมผ้าคลุมสีแดงเข้ม ยังคงยืนนิ่งในจุดเดิมโดยไม่ปรี่เข้ามาโจมตีตนอย่างบุ่มบ่าม ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างทันใดนั้น ชายหนุ่มพลันตระหนักถึงลางร้าย ท้องไส้ปันปั่วนกะทันหัน สมองขาวโพลนร่างกายอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ
มาริค ผู้เพิ่งฟืนตัวจากเสียงโหยหวนของวิญญาณอาฆาตเมื่อครู่ ต้องเลื่อนแขนขึ้นไปบีบหน้าอกด้วยสีหน้าแสนเจ็บแปลบ ร่างกายสั่นกระตุกเป็นระยะอย่างหยุดไม่อยู่มาริคสูดลมหายใจสุดปอดพร้อมกับขบกรามแน่น มันใช้กรงเล็บแหลมคมฉีกทำลายเสื้อผ้าตัวเองจนเผยให้เห็นผิวพรรณขาวซีด ยิ่งกดกรงเล็บลึกก็ยิ่งมีเลือดสีแดงไหลซึมเป็นทางยาว เป็นการเอาชนะความเจ็บปวดด้วยความเจ็บปวดยิ่งกว่าไม่กี่อึดใจถัดมา ชารอนล้มทรุดลงกับพื้นในสภาพพยุงตัวไม่ขึ้น ดวงตาสีฟั้าครามสูญเสียความแวววาวราวกับตาบอดกะทันหัน“พิษ…” หญิงสาวพึมพำแผ่วไม่ห่างกันนัก สตีฟยืนจ้องกำปันขวาของชารอนด้วยสีหน้าประหวั่นว่ากันตามตรง มันไม่กล้าบุ่มบ่ามเพราะกังวลว่าบานประตูทอ