้หญิงชราใจดี โดยเธอได้แวะเวียนมาหาฉันอีกหลายครั้ง… เธอโดดเดี่ยว ไม่มีลูกคนรักของเธอจากไปตั้งแต่สิบปีก่อน ฉันรู้สึกเห็นใจและสงสารจึงพยายามพูดคุยและใช้เวลาอยู่กับเธอให้มาก แต่แล้ววันหนึ่งฉันประหลาดใจมากเมื่อพบว่าเธอสามารถเดินทะลุกำแพงได้
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเปิดโลกอันคับแคบของดิฉันออกหญิงชราเล่าว่า สามีได้ทิ้งพลังดังกล่าวไว้ให้ก่อนจากไป และยังอธิบายด้วยว่า หากไม่ใช่สมาชิกของตระกูลก็จะปลอดภัยจากคำสาป… หลังจากนั้นไม่นาน ขณะเธอปั่วยหนักและใกล้เสียชีวิตหญิงชราได้ถามดิฉันว่าต้องการเป็นแบบเธอหรือไม่…ย้อนกลับไปตอนนั้น ฉันยังเด็กและไร้เดียงสามาก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยจินตนาการ จึงตอบตกลงโดยไม่ลังเล เธอมอบสูตรโอสถพร้อมกับบอกให้ช่วยจัดการศพหลังจากตาย จากนั้นก็รอให้วัตถุส่องแสงระยิบระยับปรากฏขึ้น วัตถุดังกล่าวคือวัตถุดิบหลักของโอสถ หญิงชรายังมอบกำไลข้อมือวงนี้ให้ และกำชับว่าห้ามใช้งานอย่างพร่ำเพรื่อโดยเด็ดขาด ต้องตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติอย่างแท้จริงเท่านั้น รวมถึงยังแนะนำว่า ไม่ต้องไปสนใจเสียงเพรียกในคืนจันทร์เต็มดวงมากนัก… แต่โชคร้าย ดิฉันไม่รอดพ้นจากคำสาป… เมื่อใช้กำไลไปหนหนึ่ง เสียงเพรียกคืนจันทร์เต็มดวงก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกขณะ”
คงเป็นแม่หม้ายของตระกูลอับราฮัม… หญิงชราเชื่อจากประสบการณ์ส่วนตัวเอาเองว่า ‘คำสาป’ จะมีผลเฉพาะสายเลือดเดียวกันเท่านั้น… ไคลน์พยักหน้ารับ“หลังจากกลายเป็นผู้วิเศษลำ