ารถนากลิ่นคาวเลือดเป็นล้นพ้น…”น้ำเสียงของมาริคเริ่มสั่นเครือ ราวกับกำลังหวนนึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายและพยายามสะกดมันเอาไว้“มนุษย์หมาปั่ามีพลังฟืนฟูร่างกายในระดับน่าทึ่ง มาพร้อมพละกำลัง ความคล่องตัว และความเร็วมหาศาล กรงเล็บและฟันมีอานุภาพไม่ต่างจากอาวุธวิเศษในลำดับเดียวกัน แต่เคลือบพิษรุนแรงไว้ มนุษย์หมาปั่าสามารถใช้เวทมนตร์ด้านมืดได้ด้วย ตัวอย่างเช่น หากมันควบคุมเหยื่อได้นานจนถึงระยะเวลาหนึ่ง เปั้าหมายจะกลายเป็นลูกน้องทันที่ หรือถ้า
พิเศษจากกรงเล็บและฟันแล่นเข้าสู่ร่างกายศัตรู เมื่อผ่านไปสักพัก อีกฝั่ายจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดคล้ายมนุษย์หมาปั่าเพียงแต่อายุขัยสั้นลงมาก”หลังจากได้ยินคำอธิบาย ไคลน์สร้างสมมติฐานขึ้นมาทันที่เมื่อเทียบกับโอสถเส้นทางอื่น ลำดับ 7 มนุษย์หมาปั่านับว่าทรงพลังในด้านต่อสู้อย่างอย่างมาก คงเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดด…“หากมนุษย์หมาปั่าไม่ระงับแรงปรารถนาเอาไว้ ปล่อยตัวปล่อยใจให้ละเลงเลือดในคืนจันทร์เต็มดวง อุปนิสัยจะเริ่มเปลี่ยนแปลงทีละนิด กลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึกจนกระทั่งไม่หลงเหลือสามัญสำนึกของมนุษย์อีกต่อไป”มาริคเล่าเสริม น้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังภาคภูมิใจตรงกับคำอธิบายเรื่องมนุษย์กลายพันธุ์ของมิสเตอร์อะซิก…ไคลน์หันมองชารอนโดยไม่รู้ตัว ภายในใจกำลังจินตนาการภาพมาดามชารอนแปลงกายเป็นมนุษย์หมาปั่า แต่เมื่อต้อง
เผชิญสายตาเย็นชาของอีกฝั่าย มันรีบเบือนหน้าหนีด้วย