ารกับแรงปรารถนา?”ไคลน์ทราบอยู่แล้วว่าโรงเรียนกุหลาบโด่งดังด้านพิธีกรรมสังเวยเลือด จึงไม่ประหลาดใจในข้อความส่วนแรกสักเท่าไรสตรีผมทองในเดรสดำหรูหรา ชารอน อธิบายด้วยเสียงล่องลอย
“องค์กรสอนให้สมาชิกปลดปล่อยแรงปรารถนาและเผาผลาญมันอย่างอิสระ แต่อุดมคติของพวกเราคือ สะกดไว้ในใจและแสดงให้เห็นว่าควบคุมอารมณ์ได้”แบบนี้นี่เอง…ไคลน์หวนนึกถึงคำอธิบายเส้นทางนักโทษจากเดอะซันทันที่วิญญาณจะถูกจองจำในร่างกาย ร่างกายจะถูกจองจำในโลกกายภาพ โอสถนักโทษคือบุคคลเสียสติ ต้องคอยกังขังแรงปรารถนาไว้ในใจตลอดเวลาหากโรงเรียนกุหลาบถือครองเส้นทางมนุษย์กลายพันธุ์จริงอุดมคติของชารอนและมาริคก็นับว่าถูกต้องแล้ว เหมาะแก่การนำไปใช้เป็นเทคนิคสวมบทบาท แล้วทำไมสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์กรถึงไม่ทราบเรื่องนี้? แปลกประหลาดเกินไปแล้ว…ไคลน์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าที่ มาริคอนุมานว่าไคลน์ยังไม่เข้าใจ จึงอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“หลักคำสอนดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากเทพมาร เชื่อว่าการปลดปล่อยแรงปรารถนาจะช่วยให้จิตใจแข็งแกร่ง และเมื่อบุคคลหนึ่งปลดแปรงแรงปรารถนา บุคคลใกล้เคียงก็จะถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อรวมตัวกันปลดปล่อยแรงปรารถนาเป็นกลุ่มใหญ่ พวกมันเชื่อว่าจะเข้าถึงจุดสูงสุดของ ‘พลังจิตใจ’ แต่พวกเรามีแนวคิดแตกต่างโดยสิ้นเชิง แรงปรารถนาต้องถูกข่มไว้ในใจเท่านั้น เฉกเช่นแม็กม่าและลาวาใต้ภูเขาไฟ จะปะทุออกมาก็ต่อเมื่อถึงเวลา