รณะและเดินเข้าไปในปราสาทสีดำหลังใหญ่บนเกาะทันใดนั้น เรือใบลำใหญ่อีกหนึ่งลำพลันปรากฏบนท้องทะเลใกล้กับท่าจอด ธงผืนใหญ่เป็นภาพของดวงตาปราศจากขนตารายล้อมด้วยดาวจำนวนสิบดวงพลเรือเอกแห่งดวงดาว แคทลียา…นักเดินเรือหนุ่มพำพึมเงียบงันเมื่อท่าจอดเรือแน่นถนัดเพราะกาฬมรณะและเรือวิเศษลำอื่น เรือของพลเรือเอกแห่งดวงดาวจึงไม่จอดเทียบท่าตามปรกติแต่วนอ้อมไปหยุดทอดสมอใกล้กับเขตใต้หน้าผาจากนั้นไม่นาน ท้องฟั้าอันหม่นหมองเบื้องบนพลันส่องแสงระยิบระยับ ดวงดาราเริ่มก่อตัวพราวพรายกลายเป็นสะพานแสง ช่วยให้แคทลียาย่างกรายผ่านเข้าสู่ปราสาทโดยไม่ต้องเปือนเปรอะดินโคลนเบื้องล่างสาวงามบนสะพานยาวเยื้องย่างประหนึ่งสามารถเหาะเหินเดินอากาศ
เธอสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทคล้ายกับนักบวช แต่มีสัญลักษณ์เวทมนตร์มากมายประดับรอบตัว เด่นชัดเป็นพิเศษคือดวงตาไร้ขนตาและหมู่ดวงดาวรายล้อมเอวสองข้างเหน็บ ‘ลูกแก้วดวงดาว’ และ ‘คทาสั้น’มองผิวเผินเหมือนกับจอมอาคมทรงพลังจากยุคสมัยสี่ทุกประการอัลเจอร์แหงนหน้ามองพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะส่งเสียงพึมพำกับตัวเองทำไมลูกแก้วดวงดาวถึงได้คุ้นตานัก…เหมือนกับ…เหมือนกับขวดแก้วปริศนาซึ่งเราเคยครอบครองมาก่อน แต่ยังไม่ทันจะทราบวิธีใช้ ก็ถูกทำลายไปขณะมิสเตอร์ฟูลเรียกตัวเข้าร่วมชุมนุม……ณ ย่านรอบนอกของเขตราชินี ออเดรย์เดินนำกลุ่มสาวใช้และสุนัขขนทองตัวใหญ่ ซูซี่ เข้าไปในคฤหาสน์ส่วนตัวของตน
“คุณหนูครับ มีพัสดุจากท่าเรือ