่อนข้างมากผนวกเข้ากับลางสังหรณ์เมื่อครู่ ไคลน์ตัดสินใจเดินอ้อมทันใดนั้น ตำรวจทั้งสองนายจ้องมองมาทางไคลน์ พร้อมกับส่งสัญญาณให้หยุดมุมปากชายหนุ่มพลันกระตุกระริก มันยืนรอชะตากรรมด้วยรอยยิ้มเปือนใบหน้า“ขอค้นตัวตามระเบียบปฏิบัติ” ขณะย่างกรายเข้าใกล้ตำรวจนายหนึ่งแสดงบัตรยืนยันตัวตน
“ไม่มีปัญหาครับ” ไคลน์ยังไม่ทันได้กล่าวจบประโยคสุนัขตำรวจพลันส่งเสียงขู่คำรามตามด้วยเห่ากรรโชกพวกมันได้กลิ่นดินระเบิด? หรือกลิ่นดินปืนจากการซ้อมยิงปืนช่วงบ่าย? ไคลน์ตระหนักถึงสาเหตุของความผิดปรกติ มันเงยหน้ามองสองตำรวจ ผู้กำลังอยู่ในท่าชักปืนเล็ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอธิบาย “คงเป็นเจ้านี่…ผมบังเอิญเก็บปืนได้ระหว่างทางกลับบ้าน พร้อมด้วยซองปืนรักแร้และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่งกำลังจะไปนำไปส่งตำรวจอยู่พอดี”มันหยิบลูกโม่ออกจากซองอย่างเชื่องช้า ตามด้วยการชูมือสองข้างขึ้นระดับหัวไหล่ และกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“คุณตำรวจ อย่างมองด้วยสายตาแบบนั้นสิครับ ผมไม่มีเจตนาพกอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมายสักหน่อย”ขณะตำรวจคนหนึ่งกำลังตั้งท่าเล็ง ตำรวจอีกคนเดินมาหยิบปืนไปจากมือไคลน์ ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าอึมครึม“คุณต้องไปสถานีกับพวกเรา”
“ตกลงครับ” ไคลน์ยังคงสวมยิ้ม “แต่ผมมีเงื่อนไขพวกคุณต้องติดต่อทนายของผมก่อน มิสเตอร์เยอร์เก้น·คูเปอร์ ผมไม่อนุญาตให้ใครค้นตัวถ้าไม่มีเขาอยู่ด้วย”