“ฟลอเร็นเล่าว่า ตระกูลเซารอนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสองพันปี นานกว่าโบสถ์จักรกลไอน้ำเสียอีก เป็นสักขีพยานการร่วมมือและต่อสู้มาแล้วทุกรูปแบบ ได้เห็นด้านสว่างและด้านมืดของโลก แต่ก็ยังสามารถยืนหยัดข้ามผ่านยุคสมัยสี่มาจนถึงปัจจุบันได้ นอกเหนือจากราชวงศ์ออกัสตัสแห่งโลเอ็นไอน์ฮอร์นแห่งฟุซัค และกาสติญ่าแห่งเฟเนพ็อต ตระกูลทรงพลังอื่นในอดีตล้วนมีชะตากรรมคล้าย ยกตัวอย่างเช่นตระกูลอันทีโกนัสและซาราธ หากไม่กลายเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ก็ต้องคอยใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนเหมือนหนูในท่อระบายน้ำ ไม่มีโอกาสได้เห็นเดือนเห็นตะวัน”“ฟลอเร็นระบุว่า จงกลายเป็นบริวารของมันเสียเถิด การได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเซารอนอันเกรียงไกรคือของขวัญสุดแสนวิเศษ”“ฟังแล้วอยากจะตบกะบาลบรรพบุรุษตระกูลเซารอนสักแปดชั่วโคตร!”
“แต่ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลอย่างเซารอนจะดำรงอยู่ได้นานถึงสองพันปี เพราะยุคสมัยสี่ถูกขนานนามให้เป็น ‘ยุคสมัยแห่งเทพ’ ไม่ว่าจะเป็นเจ็ดเทพจารีตปัจจุบัน เทพมรณา แม่มดบรรพกาล ด้านมือเอกภพ และพระผู้สร้างแท้จริง ทั้งหมดล้วนเคยปรากฏตัวสำแดงอิทธิฤทธิ์บนโลกมนุษย์ในช่วงยุคสมัยสี่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นเรื่องปรกติ เมื่อประเมินว่าตระกูลเซารอนผ่านช่วงเวลาดังกล่าวมาได้ แถมยังดำรงตำแหน่งสูงในยุคปัจจุบัน การรับมือพวกมันคงไม่ง่ายนัก”“ประวัติศาสตร์อันยาวนานไม่มีทางสร้างได้ด้วยความโอหังเพียงอย่างเดียว ต้องมีความลับหลัง