ใจโบสถ์สุริยันเจิดจรัสโดยเฉพาะ
“ไดอารีหน้านี้ยังบอกอีกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโรซายล์ล์กับโบสถ์สุริยันเจิดจรัสจากเคยแข็งกร้าวเย็นชา เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับในช่วงเวลาถัดมา และสิบกว่าปีหลังจากนั้น โรซายล์ล์ทำการสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ ‘ซีซาร์’ อย่างน่าไม่อายแต่มันคงได้รับการยินยอมจากสองโบสถ์เป็นอย่างดีแล้วมิฉะนั้นคงไม่กล้าทำเรื่องโอหังเกินตัว ทว่า เหตุใดโรซายล์ล์ถึงถูกลอบสังหารอย่างเป็นปริศนาในตอนท้าย?” ไคลน์ผุดคำถามมากมายพร้อมกับใช้ฝั่ามือพลิกไดอารีไปยังหน้าสี่“11 สิงหาคม ฟลอเร็นอวดโอ่ความโง่เขลาของตัวเองอีกครั้ง”“มันเล่าว่า ในบรรดาสมาชิกรุ่นใหม่ของตระกูลเซารอนตัวมันมีโอกาสพัฒนากลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูงมากกว่าใครเพราะมีพรสวรรค์คล้ายกับปูั่ทวดอย่างมาก”“เราสามารถบอกได้ว่า ขณะกำลังเขียนไดอารีหน้านี้ โรซายล์ยังเด็กมาก และไม่ทราบถึงกฎเหล็กสองข้ออัน
ประกอบด้วย : กฎความถาวรของพลังพิเศษ และกฎการอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียง…” ไคลน์ผงกศีรษะด้วยความรู้ปัจจุบัน ไคลน์พอจะเดาได้ว่าคำพูดของฟลอเร็นหมายถึงสิ่งใด :ตะกอนพลังของผู้วิเศษลำดับสูงทุกคนจะมี ‘จิต’ปริมาณเข้มข้นแฝงอยู่เสมอ เป็นสาเหตุว่าทำไมผู้วิเศษส่วนใหญ่ถึงมีโอกาสคลุ้มคลั่งหลังจากดื่มโอสถเข้าไปแต่ถ้าผู้สืบทอดตะกอนพลังมีลักษณะคล้ายกับ ‘เจ้าของพลังคนก่อน’ โอกาสคลุ้มคลั่งก็จะลดลงมาก เหมือนกับการใช้เทคนิคสวมบทบาททางลัด ระยะเวลาในการย่อยโอสถ