ห้เห็นบันไดจำนวนสามขั้นสุดขั้นบันไดเป็นเทวรูปแกะสลักสีขาวโพลน สูงราวสี่ห้าเมตร ใบหน้างดงามและมีน้ำมีนวลอวบอิ่ม รอบฝั่าเท้ามีรวงข้าวสาลีผุดงอกเงย ใกล้กันเป็นบ่อน้ำพุธรรมชาติ ชุดคลุมของเธอ
กำลังปลิวไสว เนื้อผ้าประดับประดาด้วยดอกไม้หลากชนิดรวมถึงภาพของหมู่มวลสรรพสัตว์หลายสายพันธุ์หญิงสาวยืนตัวตรง อกผาย อ้อมแขนสองข้างมีทารกน่ารักน่าชังขดตัวอยู่ในผ้าห่อสีขาว กิริยาท่าทางเป็นไปอย่างองอาจสง่างาม แฝงกลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มเปียม“เทวรูปพระแม่ธรณี…?” ไคลน์เปล่งเสียงแผ่วเบาพร้อมกับยกมุมปากขึ้นมิสบอดี้การ์ดไม่ตอบหรือปฏิเสธหลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งสองย้ายตัวเองไปยังหน้าประตูบานถัดไป เยื้องถัดจากห้องพระแม่ธรณีเพียงเล็กน้อยหลังประตูบานดังกล่าวเป็นทางเดินกว้างขวาง สามารถเรียงหน้ากระดานพร้อมกันสี่คน บรรยากาศด้านในทั้งมืดมิดและอึมครึมยากจะหาคำบรรยาย ไคลน์สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดและลึกลับ ไม่มีใครตอบได้ว่าปลายทางมีสิ่งใดรออยู่
“ผมคิดว่าพวกเราควรตรวจสอบประตูอีกสี่บานทางขวาก่อน” ไคลน์เสนอแนะมันไม่กล้าเดินตรงเข้าไปอย่างบุ่มบ่ามมิสบอดี้การ์ดลอยตัวกลับออกจากห้องโดยไม่ส่งเสียง อาศัยการกระทำแทนคำพูดชายหนึ่งหญิงหนึ่งไล่เปิดประตูอีกสี่บานเรียงลำดับสัญลักษณ์หน้าห้องประกอบด้วย ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งวายุสลาตันภาพสายลม พายุ และคลื่นทะเล ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยัน ภาพวงกลมรายล้อมด้วยขีดเส้นตรงรอบทิ