ต่อให้หลบคนของทางการได้มิดชิด และรับมือเสียงกระซิบในหัวได้ชะงักงัน แต่ก็ยังต้องประสบปัญหาขาดแคลนสูตรโอสถ วัตถุดิบหลัก และความรู้เกี่ยวกับผู้วิเศษอยู่ดีฉะนั้น ชุมนุมลับอย่างเราจึงมีขึ้นเพื่อยื่นมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มผู้วิเศษนอกกฎหมาย โชคไม่ดีนัก ยุคสมัยปัจจุบันกำลังขาดแคลนสัตว์วิเศษอย่างหนัก ส่งผลให้วัตถุดิบหลักของโอสถมีจำนวนเพียงหยิบมือ”นั่นสินะ…แต่เรายังมีแฮงแมน ผู้สามารถล่องเรือไปยังเกาะโบราณ รวมถึงเดอะซัน เด็กหนุ่มจากเมืองเงินพิสุทธิ์ ผู้เดินทางออกไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในเงามืดบ่อยครั้ง…อย่างน้อยก็มีช่องทางให้รวบรวมวัตถุดิบจากสัตว์วิเศษโดยตรง… ไคลน์ลุกยืนพร้อมกับก้มศีรษะคำนับเนตรแห่งปัญญาอย่างนอบน้อม“จิตใจของท่านช่างน่ายกย่อง”
หลังจากนั่งลงอีกครั้ง ไคลน์ฉุกคิดบางสิ่งได้กะทันหัน จึงซักถามออกไปหลังจากเรียบเรียงคำพูด“สุภาพบุรุษทั้งสอง ไม่ทราบว่าพวกท่านมีสมบัติวิเศษติดตัวกันบ้างหรือไม่? คล้ายกับของอสรพิษดำ แต่ผลข้างเคียงไม่รุนแรงเท่า ผมยังต้องการสิ่งของไว้ปกปั้องตัวเองสักชิ้นสองชิ้น”เผื่อจะมีบางสิ่งเข้าตา จะได้ทราบราคาเบื้องต้นไว้ก่อน ถ้าอีกฝั่ายยอมขายให้ก็ยิ่งดีแม้ตัวเราจะไม่มีเงินในตอนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีตลอดไป…แค่ต้องการสอบถามราคา ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกระมัง…ไคลน์รำพันกับตัวเองนักปรุงยาแบะท่า เป็นสัญลักษณ์ว่าตนไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวแต่ถึงหากมี มันก็ไม่คิดข