ผู้มาพร้อมนิมิตอย่างไรก็ตาม อนาคตจากพลังตัวตลกไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไปและการได้รู้อนาคตจากพลังนักทำนายก็มิได้หมายถึงไร้เทียมทานตัวมันไม่มีพลังมากพอจะแทรกแซงอนาคต ดังนั้นต่อให้ทำนายเห็นความตายตัวเองตรงหน้า ก็มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้อยู่ดีสิ่งนี้เรียกว่า ‘ยอมจำนนต่อโชคชะตา’
อย่างไรก็ตาม ไคลน์เคยเชื่อมาตลอดว่าเส้นทางนักทำนายคือผู้ควบคุมโชคชะตาแห่งโลกผู้วิเศษ หากไม่ได้อ่านไดอารีโรซายล์ล์ มันคงนำหลักการข้อนี้ไปใช้ตั้งกฏ ‘เทคนิคสวมบทบาท’ ของโอสถลำดับถัดไปแน่นอนส่วนซาราธพูดความจริงหรือไม่นั้น ไคลน์ค่อนข้างเชื่อว่าเส้นทางสัตว์ประหลาดเป็นผู้ควบคุมโชคชะตาตัวจริง เพราะสิ่งนี้สอดคล้องกับข้อมูลในเอกสารลับเหยี่ยวราตรี ยิ่งไปกว่านั้นไคลน์เคยได้ยินชื่อโอสถ ‘เทพพยากรณ์’ มานานแล้วในเมื่อมีเส้นทางหนึ่งเกี่ยวพันกับโชคชะตา ก็ยากจะให้เส้นทางนักทำนายเดินซ้ำรอยเท้าเดียวกัน ฟังดูขัดกับหลักการและเอกลักษณ์ของ ยี่สิบสองเส้นทางผู้วิเศษเกินไปด้วยเหตุนี้ ไคลน์จึงเชื่อว่าคำพูดของซาราธสมเหตุสมผลรวมถึงเชื่อว่าโชคชะตาไม่ใช่สาระสำคัญของเส้นทางนักทำนาย‘ไดอารีสองหน้านี้มีค่ากับเรามาก…’ส่วนทางด้าน ‘นักแปรธาตุ’ และ ‘ผู้บรรลุความลับ’ตามคำบอกเล่าของโรซายล์ล์ คงหมายถึงชื่อโอสถลำดับสูงจาก
เส้นทางนักปราชญ์ และหากประเมินจากวิธีการบรรยายของมันทั้งสองโอสถคงไม่ใช่ลำดับสอง หรือ หนึ่ง อย่างแน่นอนหมายความว่าเป็นได้ทั้งสาม และ สี่ แต่