ไคลน์ซักถามหลังจากตั้งใจฟัง“คุณกำลังสงสัยว่าเซอเรียลในงานเลี้ยงนักสืบคือใครสักคนปลอมตัวมาใช่ไหม”เอียนใช้มือข้างหนึ่งจับหมวกทรงกลม ตามด้วยการตอบฉะฉานคล้ายเตรียมไว้ล่วงหน้า“ผมคิดว่าอาจเป็นแบบนั้น แต่ขณะเดียวก็ทราบว่าการปลอมตัวไม่ใช่เรื่องง่าย มีความเสี่ยงถูกเปิดเผยตัวตนพอสมควรงานเลี้ยงจัดตอนกลางคืนก็จริง และแสงภายในงานคงไม่สว่างนัก แต่เหนือสิ่งอื่นใด แขกร่วมงานส่วนใหญ่เป็นนักสืบ นักสืบผู้มีทักษะสังเกตเป็นเลิศ คงไม่ตกหลุมพรางกับวิกผม หนวดปลอม หรือเครื่องสำอางแน่”‘แต่พลังพิเศษทำได้…เหมือนกับกรณียุบพองหิวโหย’คำถามเมื่อครู่ของไคลน์แฝงกับดักไว้ มันต้องการทดสอบว่าเด็กหนุ่มจะแสดงสีหน้าแววตาเช่นไร รวมถึงภาษากาย เพื่อ
ประเมินว่าอีกฝั่ายรู้จักผู้วิเศษหรือไม่ หรืออย่างน้อยก็โลกของศาสตร์เร้นลับคำตอบเบื้องต้นออกมาเป็น ‘ไม่’เมื่อเอียนเห็นนักสืบโมเรียตี้ผงกศีรษะรับเป็นเชิงเห็นด้วยมันทำการเล่าต่อ“สมมติฐานของผมก็คือ เหล่านักสืบอาจได้เห็นมิสเตอร์เซอเรียลตัวจริง แต่เขาคงไม่ได้เป็นอิสระมากนัก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ติดต่อกลับหาผม การไม่ส่งสัญญาณติดต่อคือสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ”“สรุปได้ดี”ไคลน์เลิกประสานมือ มันเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทางผ่อนคลาย เผยให้เห็นความมั่นใจและไม่ตื่นตระหนกเอียนเว้นวรรคนานกว่าสิบวินาที่ ตามด้วยการกล่าวต่ออย่างขึงขัง
“คำจ้างวานของผมก็คือ ให้คุณช่วยสืบหาสถานะ