ารึกมันวาดสัญลักษณ์จันทร์แดงกึ่งกลางหน้าอก ก่อนจะเดินออกจากสุสานด้วยฝีก้าวเงียบเชียบในฐานะอดีตเหยี่ยวราตรี ไคลน์มีประสบการณ์เดินลาดตระเวนสุสานบ่อยครั้ง จึงนับว่าเชี่ยวชาญทางหนีทีไล่ การลักลอบออกจากสุสานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสัญญาณเตือนในจุดใดทำงานถัดมาเป็นการเดินไปตามถนนลูกรังโดยใช้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่เป็นกำบังซ่อนตัวยามราตรีช่างสงบสุขดวงจันทร์ก็ชวนฝันเสียเหลือเกิน
ไคลน์เดินเดียวดายในความมืดมิด ความคิดในสมองกำลังเกรี้ยวกราดดุดัน แต่มีการเปลี่ยนผันเป็นระยะ บ้างวางแผนแก้แค้นให้สาแก่ใจ บ้างหวนนึกถึงช่วงเวลากับดันน์ และบ้างนึกถึงมุกตลกฝืดของลุงนีลล์โดยไม่รู้ตัว ไคลน์เข้าสู่ถนนหลักของเมืองทิงเก็นอย่างเงียบเชียบประหนึ่งวิญญาณเร่ร่อนไร้จุดหมาย มันหักเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางหนแล้วหนเล่า……..สองชั่วโมงถัดมา สติชายหนุ่มเริ่มหลุดจากภาวะอาฆาตแค้นความคิดอ่านเป็นไปอย่างสุขุมมากขึ้นจนกระทั่ง วิวทิวทัศน์รอบตัวไม่ใช่สิ่งแปลกตาอีกต่อไปเพราะถนนเส้นนี้มีชื่อว่าดารารัตน์อีกฟากฝังของถนนเป็นบ้านตระกูลโมเร็ตติ บ้านแห่งความทรงจำระหว่างพี่ชายน้องสาวไคลน์นำพาตัวเองเดินมาถึงบ้านโดยไม่รู้ตัว
ด้วยความสุขเปียมล้นหัวใจ ชายหนุ่มรีบข้ามถนนเพื่อไปยังฝังตรงข้ามแต่กลับตัดสินใจชะงักฝีเท้ากลางคันมันสวมรอยยิ้มขื่นขมพลางส่งเสียงพึมพำตำหนิตัวเอง“ถ้าเคาะประตูบ้านตอนนี้ เมลิสซ่าอาจหัวใจวายจนหมดสติ…เบ็นสันอาจเครียดจนผมร่วงยิ่งกว่