บเงียบงัน มันเดินผ่านฉากกั้นไปยังห้องรับแขกภาพตรงหน้าคือเลียวนาร์ดกำลังชวนเมกูสสนทนาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักไคลน์เอนตัวกระซิบข้างหูโรแซนซึ่งกำลังเทน้ำอุ่นใส่ถ้วยกาแฟ“รีบกลับบ้านได้แล้ว แถวนี้อันตรายมากค่อยกลับมาทำงานในวันถัดไป”โรแซนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง แต่ก็รีบปิดปากทันทีเมื่อเห็นสีหน้าขึงขังของไคลน์เธอก้มศีรษะเก็บของราวสิบวินาทีก่อนจะหยิบกระเปั๋าถือเดินออกจากห้องรับแขก
ขณะผ่านไคลน์ หญิงสาวเม้มริมฝีปากอันสั่นระริกพร้อมกับกระซิบ“จากใจจริง ฉันนับถือเหยี่ยวราตรีทุกคนมากพอๆ กับความเกลียดชังเมื่อใครสักคนกลายเป็นผู้วิเศษ”……หลังจากอพยพพนักงานพลเรือนออกจากบริษัทหนามทมิฬจนหมด ไคลน์หยิบแก้วน้ำร้อนเดินมาทางเมกูสและโน้มตัวเสิร์ฟ“ขอตัวไปจัดการธุระด้านในสักครู่ แล้วจะรีบกลับมาคุยด้วย”ขณะยืดตัวตั้งตรง มันฉวยโอกาสกระซิบข้างหูเลียวนาร์ด“พยายามยื้อเธอไว้ในห้องนี้”นักกวีเที่ยงคืนขบกรามแน่น เสียงของมันยังคงตะกุกตะกักสั่นเครือเช่นเดิม พยายามรักษาบทสนทนาระหว่างเมกูสไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ก็สังเกตเห็นว่าจิตใจอีกฝั่ายไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คล้ายกับสมาธิหลุดลอย
ไคลน์เดินกลับไปห้องดันน์ แต่ต้องคลาดกันเพราะดันน์รีบลงไปยังชั้นใต้ดินก่อนแล้วบนโต๊ะมีโทรเลขตอบกลับจากทูตพิพากษา“เป็นไปถามข้อสันนิษฐานของพวกคุณ ดังนั้นทางเราจะรีบส่งคนไปช่วยโดยเร็ว”‘เป็นไปตามข้อสันนิษฐาน? หนึ่งในสมาชิกของทางนั้นคลุ้มคลั่งเพราะเมกูสส