เคยขาวเนียนแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวช้ำ หนองเหลืองสุกไหลซึมออกจากเบ้าตาและทวารอีกหกแห่งโดยไม่รีรอมาดามเชอรอนรีบใช้เปลวเพลิงสีดำแผดเผาท่วมร่างตัวเองอย่างเงียบงัน ราวกับหวังขจัดปัดเปั่าบางสิ่งออกไปถัดมาเป็นการฉาบแผ่นน้ำแข็งสีใสเคลือบร่างตัวเองแน่นหนา โดยยังปล่อยให้เพลิงทมิฬลุกโชนอยู่เช่นนั้น ประหนึ่งเตรียมสร้างโลงศพไว้สำหรับนอนหลับพักผ่อนตลอดกาลเส้นด้ายกึ่งล่องหนของเธอ เริ่มเปลี่ยนสีจนมองเห็นชัดด้วยตาเปล่า พวกมันบรรจงรัดพันโลงน้ำแข็งแนบแน่นราวกับเป็นดักแด้ยักษ์กึกๆๆสมบัติปิดผนึก 3-0271 ตกลงพื้นพร้อมกับกลิ้งไปด้านหน้าหลายตลบ ก่อนจะหยุดสนิทใกล้กับ ‘รังดักแด้’ ขนาดใหญ่ของเชอรอนถัดมาเป็นเสียง ‘เพล้ง’
เกิดจากฝีมือดันน์·สมิททำลายกระจกหน้าต่างและกลิ้งเข้ามาในห้องนอนเพื่อช่วยสนับสนุนไคลน์หลังจากชำเลืองเห็นร่างของโคเฮนรีนอนหมดลมหายใจแผ่ไปกับพื้น สีหน้าดันน์พลันเปลี่ยนไปเป็นดำมืดเจือความเศร้าทันใดนั้นดักแด้เริ่มสลายตัว โลงศพน้ำแข็งแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพลิงทมิฬเงียบงันด้านในสุด พลันระเบิดทุกทิศรอบตัวพร้อมกับก่อประกายแสงส่องสว่างชวนให้แสบตาชั่วขณะสีผิวเชอรอนกลับคืนปกติ สีหน้าแววตาเผยความอ่อนเพลียชัดเจน แต่ก็ไม่ปรากฏความผิดปกติร้ายแรงเหมือนก่อนหน้าดวงตาของหล่อนส่องสะท้อนร่างไคลน์บนพรมซึ่งอยู่ในท่ากึ่งนอน รวมถึงร่างดันน์·สมิทซึ่งกำลังวางมือไว้กึ่งกลางหน้าผากในสภาพหลับตารอบศีรษะดันน์ปรากฏคลื่น