ายตัวเองจากมุมมองคนนอก จากนั้นก็ขยับมัดกล้ามเนื้อใบหน้าและท่ายืนให้ดูคล้ายกับบุคคลนิสัยโอหัง“เพราะผมใช้เวลาเพียงหนึ่งเดือนในการดูดซึมพลังโอสถอย่างสมบูรณ์ยังไงล่ะ”ดักซ์เตอร์พึมพำ“ถึงจะน่าภูมิใจ …แต่คุณไม่จำเป็นต้องพูดบ่อยขนาดนี้ก็ได้”…หืม? พลังผู้ชมไม่สามารถมองทะลุผ่านการ ‘เสแสร้ง’ของตัวตลกได้หรือ?ดูเหมือนจะเป็นพลังชนะทาง …ไคลน์ยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากทดสอบพลังใหม่“ช่วงนี้ฮู้ด ยูเก็นเป็นอย่างไรบ้าง”“เขาเสียสติของจริงแล้ว”
ดักซ์เตอร์เว้นวรรคก่อนเล่าต่อ“หลังจากใช้หลากหลายวิธีตรวจสอบ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าฮู้ด ยูเก็นกลายเป็นหนึ่งในคนไข้ทางจิตเวชอย่างสมบูรณ์หลังจากนี้มีแผนจะใช้ยารักษาเพื่อทดสอบว่าสามารถกลับเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่”ลำดับ 7 นักจิตบำบัด …แล้วเหตุใดหมอนั่นถึงแสร้งทำตัวเป็นคนไข้จิตเวชเสียเอง?ถึงจะพยายามรักษาคนไข้อื่นควบคู่ แต่นั่นไม่น่าจะเป็นวิธีถูกต้องของเทคนิคสวมบทบาทสักเท่าไร ไม่แปลกใจหากจะคลุ้มคลั่งในสักวันไคลน์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนซักถามเพิ่ม“คุณหาพบหรือยัง ว่าเขานัดเจอใครก่อนจะกลายเป็นคนไข้เสียสติ”“ในช่วงหลัง ไม่มีใครนัดพบเขาเลย นอกจากแพทย์พยาบาล รวมถึงพนักงานทั่วไปของโรงพยาบาล”ดักซ์เตอร์ยืนกรานหนักแน่น
ไคลน์พยักหน้ารับ ก่อนจะถามเสริม“แล้วมีก่อนหน้านั้นบ้างไหม? จะเป็นใครก็ได้ขอแค่เคยพบฮู้ด ยูเก็นอย่างน้อยหนึ่งครั้ง หรือไม่ก็ เขาเคยออกนอกโรงพยาบาลจิตเวชหลายวันติดต่อกันรึเปล่