ั่ง”“เสียงล่อลวง…” ไคลน์พึมพำซ้ำ
ขณะเดียวกัน ดวงตาสีเขียวเข้มของเครสไทน์พองโตขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม“เทคนิคสวมบทบาทอาจช่วยให้ประสิทธิภาพการย่อยโอสถสูงขึ้นและลดความเสี่ยงคลุ้มคลั่งลง แต่อย่าได้สวมบทบาทอย่างสุดโต่งจนเกินไป เพราะอาจนำไปสู่ความสับสนและแยกแยะไม่ออกว่าตัวเองกำลังสวมบทบาท เฉกเช่นนักแสดงในโรงละครบางคนซึ่งเข้าถึงบทบาทต่อเนื่องยาวนานจนเกิดปัญหาทางจิต บางรายอาจถึงขั้นเสียสติ”ห้ามลืมว่ากำลังสวมบทบาทสินะ…ข้อเน้นย้ำของเมืองเงินพิสุทธิ์ตรงกับคำแนะนำของอาวุโสเครสไทน์… ไคลน์พยักหน้าหนักแน่นอย่างเห็นพ้อง“นอกจากนี้” เครสไทน์เน้นเสียง“การคลุ้มคลั่งมิได้เกิดจากปัจจัยทางโอสถเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงอารมณ์และสุขภาพของผู้วิเศษด้วย สิ่งสำคัญคือการหมั่นควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่ง เอาชนะการล่อลวงจากเทพนอกรีตและปีศาจให้ได้ พยายามระงับอารมณ์ไม่จำเป็นเช่น
ละโมบและริษยา แน่นอน มนุษย์เราไม่ใช่พระอิฐพระปูน ไม่สามารถตัดขาดอารมณ์โดยสมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ตัวตนขั้นสูงอย่างครึ่งเทพ นอกเสียจากจะเป็นผู้วิเศษเส้นทางเชี่ยวชาญด้านระงับอารมณ์”เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ไคลน์พลันตระหนักถึงนีลล์ มันอดถามออกไปไม่ได้“ต้องหมั่นรักษาอารมณ์ให้สุขุมอยู่เสมอ และต้องไม่เผลอใจไปกับคำล่อลวงอันผิดแผกไร้เหตุผลสินะครับ”เครสไทน์ผงกศีรษะเคร่งขรึม“ถูกต้อง”ขณะตอบ มุมขอบตาของมันเผยรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อย“นั่น