ลงด้วยการเสนอความเห็นส่วนตัว
“หลุมศพดังกล่าวไม่ใช่สถาปัตยกรรมของทวีปเหนือแน่นอน อย่างน้อยก็ในยุคสมัยห้า ผมค่อนข้างเชี่ยวชาญเรื่องนี้”เลียวนาร์ดผงกศีรษะ“นั่นคือพีระมิดกลับหัวของทวีปใต้ แสดงถึงการเดินทางเข้าสู่ภิพบเบื้องล่าง เป็นสุสานสำหรับผู้เรียกตัวเองว่า‘ทายาทแห่งมรณา’ พบได้บ่อยในจักรวรรดิไบลัมสมัยอดีตรวมถึงเมืองบริวารรอบข้าง ในบางกรณี มันคือสัญลักษณ์ของมรณา หืม… เหตุการณ์เหนือธรรมชาติภายในบ้านหลังนี้ต้องเกี่ยวข้องกับมรณาแน่นอน…สมกับเป็นนักทำนายมือฉมัง…ผลทำนายยังคงแม่นยำเหมือนเคย!”หากไม่นับถ้อยคำถากถางประโยคสุดท้าย คำอธิบายของเลียวนาร์ดฟังดูน่าสนใจทีเดียวมิสเตอร์อะซิกเป็นทายาทของมรณา หรือเป็นผู้ทำพันธสัญญากับมรณาเพื่อให้ได้ชีวิตยืนยาวกันแน่
อ้างอิงจากบทหนึ่งในพระคัมภีร์รัตติกาล รวมถึงข้อมูลจากเอกสารลับเหยี่ยวราตรี ‘มรณา’ คือเทพนอกรีตทรงพลังเคยก่อหายนะรุนแรงบนทวีปเหนือในปลายยุคสมัยสี่ ถึงขั้นถูกเรียกขานว่า ‘ยุคไร้ชีวิตชีวา’กล่าวกันว่า มรณาล้มลงเนื่องจากถูกเจ็ดเทพจารีตผนึกกำลังโค่นไคลน์มิอาจคาดเดาได้ว่า ปราสาทลามุดถูกสร้างขึ้นในสมัยใดหรือช่วงไหน แต่ไม่น่าจะเกิดก่อนยุคไร้ชีวิตชีวาหากต้องการเบาะแสเพิ่มเติม คงต้องรีบค้นหาบุคคลในบ้านปล่องไฟแดงให้พบ เพราะมันคือผู้ขโมยกะโหลกศีรษะของบุตรชายมิสเตอร์อะซิกไปและนี่คงเป็นข้ออ้างให้ทวีปเหนือใช้รุกรานยึดครองดินแดนทวีปใต้เป็นอาณานิคม โดยอาศัยความช