้นก็เริ่มนับจังหวะการเต้นของหัวใจภายในเมืองเงินพิสุทธิ์เดอร์ริค·เบเกอร์กำลังยืนเหงื่อโชกท่ามกลางลานฝึกนักรบ ทันใดนั้น สายตาพลันพร่ามัวพร้อมกับปรากฏภาพมิสเตอร์ฟูลรายล้อมด้วยกลุ่มหมอกเทาหนาทึบเด็กหนุ่มผงะชั่วครู่ การฝึกซ้อมตรงหน้ามีอันต้องชะงัก เดอร์ริครีบก้มศีรษะลงเพื่อตั้งสติ
หลังจากภาพมายาหายไป มันเริ่มเพ่งสมาธินับจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างเงียบงัน จนกระทั่งใกล้ครบพันครั้ง เด็กหนุ่มรีบปลีกตัวและเดินเข้าไปในห้องน้ำสิบลมหายใจถัดมา แสงสีแดงเข้มส่องสว่างท่วมร่างเดอร์ริค·เบเกอร์ทุกรูขุมขนบนมิติสายหมอก ไคลน์เอนกายพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางผ่อนคล้ายเหมือนทุกที่ กรามซ้ายกระทบสองครั้งเพื่อเปิดเนตรวิญญาณชายหนุ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในกายอากาศของเดอะซันสีออร่ารวมตัวกันเป็นจุดเดียวจนเกิดความกลมกลืน อบอุ่นคล้ายแสงสนธยาของดวงตะวันใกล้ลับขอบฟั้าไคลน์ยิ้ม“ยินดีด้วย…คุณนักขับขาน”ขณะเดียวกัน ตราสัญลักษณ์บนพนักพิงเก้าอี้ของเดอะซันเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นจักรราศี ‘สุริยัน’ ตามความคาดหมาย
เปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ตนจินตนาการ…?ยังคงเปียมด้วยปริศนาเช่นเคยตามปรกติแล้ว โดมราชวัง โต๊ะทองเหลือง เก้าอี้ยี่สิบสองตัวรวมถึงเสาหิน ควรต้องหายไปหลังจากไคลน์กลับสู่โลกความจริงเพราะบรรดาวัตถุเหล่านี้ล้วนถูกสร้างจากจินตนาการของชายหนุ่มแต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น…มิติสายหมอกเก็บซ่อนความลับไว้มากขนาดไหนกัน…ไ