ดสินได้ปล่อยอำนาจคุกคามโดยไม่รู้ตัว“ฉันเคยอ่านนิยายของเธอ คฤหาสน์วายุสลาตัน นางเอกในเรื่องสามารถตั้งสมมติฐานได้ชาญฉลาดมาก”ฟอร์สพลันก้มศีรษะมองโต๊ะกาแฟเนื่องจากถูกพลังสะกด
“เธอรู้ไหมว่า…กว่าฉันจะเขียนพารากราฟดังกล่าวออกมาได้ ต้องดึงผมออกไปกี่กระจุก ต้องอดนอนไปทั้งหมดกี่วัน!?”ฟอร์สเงยหน้าขึ้นราวหนึ่งวินาทีและก้มกลับลงไปใหม่ เสียงบ่นอุบอิบดังเล็ดลอดออกจากปาก“ชีวิตมนุษย์แสนสั้น ยังเหลืออีกหลายสิ่งให้ลองทำ ทำไมพวกเราต้องมาเสียเวลากับการตั้งสมมติฐานอย่างไม่เกิดประโยชน์ด้วย ถ้าทำแล้วดันไม่พบเบาะแส นั่นจะไม่เป็นการเสียเวลาฟรีหรอกหรือ”ก็สมเหตุสมผล…ซิลเริ่มคล้อยตามสตรีร่างเล็กพยักหน้ารับ อำนาจคุกคามในบรรยากาศเริ่มเจือจางลง“แล้วเธอมีวิธีแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้หรือ”ซิลพยายามกล่าวเสียงทุ้มเพื่อให้ฟังดูน่าเกรงขาม โทนเสียงคล้ายสาวน้อยของเธอลุ่มลึกกว่าปรกติเล็กน้อยฟอร์สก้มหน้าครุ่นคิดราวยี่สิบวินาที่
“นึกออกแล้ว จ้างมืออาชีพไง! หลังจากเธอรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของเจ้านั่นได้ เราก็จะนำข้อมูลอย่างละเอียดไปจ้างให้นักสืบเอกชนช่วยตั้งสมมติฐานและลงมือแกะรอย โดยไม่ต้องบอกว่าเปั้าหมายเป็นใครงานของพวกเรามีเพียงจ่ายเงินค่าจ้างนักสืบเท่านั้น!”ทำไมตนถึงคิดเรื่องง่ายแบบนี้ไม่ออก…ซิลยืนมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างตกตะลึง สองสาวประสานสายตาโดยไม่กล่าวสิ่งใดเป็นเวลานานขณะบรรยากาศเงียบสงัด ซิลกระแอมในลำคอเสียงเบา“ตกลง พวกเราจะท