ดันน์กำลังทำหน้าเคร่งขรึม ส่วนไคลน์นั่งจ้องมองอีกฝั่ายพลางอมยิ้ม“หัวหน้า ผมตระหนักบางสิ่งได้เมื่อวาน”“สิ่งนั้นคือ?”ดันน์ย้อนถามเสียงตึงเครียด แผ่นหลังยังคงเอนพิงเก้าอี้สองมือกอดอกแน่นไคลน์เรียบเรียงบทพูดก่อนอธิบาย“ผมได้ข้อสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า ชื่อของโอสถนั้นมีผลอย่างมากในการย่อยพลัง”“กุญแจสำคัญคือ ‘หลักปฏิบัติ’ สิ่งนี้จะถูกบอกใบ้มาพร้อมชื่อโอสถเสมอ เพื่อให้ผู้วิเศษทราบว่าตัวเองต้องประกอบ‘อาชีพ’ อะไร”“หากตั้งกฎของตัวเองให้สอดคล้องกับชื่อของโอสถความเร็วในการย่อยพลังจะเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า”
“แต่กฎเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งตายตัว ผู้วิเศษลำดับเดียวกันอาจมีกฎไม่เหมือนกัน เช่นนักทำนายอย่างผม กับนักทำนายของเบ็คลันด์อาจใช้หลักปฏิบัติแตกต่าง”“ผู้วิเศษต้องค้นหากฎของตัวเองให้พบ ยิ่งหาพบเร็วเท่าไร การย่อยพลังก็ยิ่งเป็นไปอย่างเร็วเท่านั้น ร่างกายแต่ละคนอาจตอบสนองแต่ละกฎไม่เหมือนกัน ต้องลองผิดลองถูกด้วยประสบการณ์ตัวเอง เลียนแบบกันไม่ได้ แม้จะเป็นเส้นทางเดียวกันก็ตาม”“สำหรับตัวผม ระหว่างเดินทางไปยังสโมสรพยากรณ์และรับงานดูดวงให้คนปรกติ ผมค้นพบกฎของตัวเองเข้าโดยบังเอิญ หลังจากปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเป็นเวลานานปัจจุบัน ผมไม่ได้ยินเสียงกระซิบหรือเห็นภาพหลอนอีกแล้ว นั่นคือรายละเอียดการค้นพบของผม”หลังจากอธิบายทุกเรื่องอย่างละเอียดโดยจงใจไม่เอ่ยวลี‘เทคนิคสวมบทบาท’ ออกไป ไคลน์ถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย