อสถนักขับขานใช่ไหม”แต่สำหรับแฮงแมน มันอาจหามาได้ด้วยความช่วยเหลือจากโบสถ์วายุสลาตันเมื่อเห็นออเดรย์ผงกศีรษะ ไคลน์อมยิ้มพลางอธิบายต่อ
“เราจะมอบสูตรผลิตโอสถนักขับขานให้เดอะซัน ส่วนเดอะซันก็มอบสูตรผลิตโอสถนักอ่านใจให้มิสจัสติส พยายามจัดการให้เสร็จภายในสองการชุมนุมถัดไป ด้านมิสจัสติส เจ้ามอบไดอารีให้เราก็พอ เป็นอันลงตัวทุกฝั่าย จากกฎการแลกเปลี่ยนเท่าเทียม จะเห็นได้ว่าเดอะซันยังเสียเปรียบอยู่เล็กน้อย เพราะเขาต้องขวนขวายหาสูตรโอสถลำดับแปด ซึ่งสูงกว่าลำดับเก้าของตัวเอง ไว้เดอะซันหาสูตรโอสถนักอ่านใจได้เมื่อไร มิสจัสติสคงต้องตอบแทนเพิ่มเติมอีกสักหน่อยเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม หรือยังอีกวิธีหนึ่ง เราจะช่วยชดเชยให้เดอะซันแทน ส่วนมิสจัสติสต้องจ่ายเงินส่วนต่างกับ ‘ผู้รับใช้’ ของเราได้ยินว่าเขากำลังต้องการเงินเพื่อไปจัดการบางสิ่ง…เราขอแนะนำอย่างหลังมากกว่า เพราะเดอะซันคนนี้คงมิอาจรับเงินหรือวัตถุดิบวิเศษจากมิสจัสติสโดยตรงได้…หึหึ”ไคลน์จงใจทิ้งปริศนาไว้ท้ายประโยค หวังให้จัสติสและแฮงแมนฉุกคิดว่า เหตุใดเดอะซันถึงไม่สามารถรับเงินหรือวัตถุดิบได้โดยตรง และยังเป็นการกลบเกลื่อนเรื่องผู้รับใช้ร้อนเงินของตนไปในตัว
รับเงินหรือวัตถุดิบตอบแทนไม่ได้…เดอะซันอยู่ที่ไหนกันแน่? ทวีปใต้?อัลเจอร์ขมวดคิ้วสงสัยขณะเดียวกัน ออเดรย์ตระหนักได้ว่า ต้นกำเนิดของเดอะซันเริ่มไม่ธรรมดาเสียแล้วส่วนความคาใจอีกหนึ่งเรื่องได้ถูกไข