ไคลน์สลายกำแพงวิญญาณด้วยสีหน้าอิดโรย มันสูญเสียพลังไปมากสายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า กลิ่นเฉพาะตัวของหญ้าและผืนปั่าคละคลุ้งรอบหินก้อนใหญ่ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นจากเดิมเล็กน้อย มันใช้ปลายนิ้วลูบคลำ 3-0782 อย่างทะนุถนอม พลางก้มหน้าจ้องมองอยู่พักใหญ่จากนั้นก็ถอนหายใจยาว“ใครจะไปคิดว่า สมบัติวิเศษระดับสามของโบสถ์รัตติกาล จะมีโลหิตแห่งเทพบรรจุด้านใน กล้าพนันได้เลย เหล่าอาวุโสของโบสถ์สุริยันเจิดจรัสคงกำลังพลิกแผ่นดินตามหาสิ่งนี้อยู่แน่”ขณะนั่งบนหินก้อนใหญ่ ไคลน์ยืดเส้นยืนสายเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายร่างกาย
หากเป็นบนโลกจริงแห่งนี้ มันไม่กล้ายุ่งเกี่ยวกับตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันมากนัก เพียงเก็บกลับเข้าไปในกระเปั๋าเสื้อกันลมชายหนุ่มหยิบนาฬิกาพกใบองุ่นออกมาเปิดฝาตรวจสอบเหลือเวลาอีกราวหนึ่งชั่วโมงก่อนผู้เก็บซากศพฟรายจะมาผลัดเวรง่วงฉิบ…อยากได้ไม้ขีดไฟค้ำเปลือกตาไว้มันกำลังงัวเงียสุดขีด เป็นผลพวงจากประสบการณ์เฉียดตายเมื่อครู่หลังจากนั่งครุ่นคิดสักพัก ไคลน์ยังไม่พบคำตอบ ว่าต้องทำอย่างไร จึงจะพยุงสติไว้ได้นานหนึ่งชั่วโมงเต็มมันตัดสินใจหยิบขวดใบเล็กออกจากกระเปั๋าเสื้อ จากนั้นก็เปิดฝาสูดดมเข้าไปหนึ่งฟอดใหญ่กลิ่นฉุนของมินต์และสารฆ่าเชื้อไหลผ่านโพรงจมูกเข้าไปในปอดอย่างรวดเร็ว
ในช่วงแรก ชายหนุ่มขนลุกไปทั่วร่าง แต่หลังจากผ่านไปสักพัก ร่างกายเริ่มรู้สึกสดชื่นซาบซ่าน กำลังวังชากลับมาอีกครั้งเป็นความรู้สึกสุดยอดเ