มหลังบ้านด้วยใบหน้าขึงขังคล้ายรูปปันหินอ่อน
“ครูฝึกครับ นอกจากกำปันแล้ว คุณจะสอนผมใช้ดาบยาว ดาบใหญ่ เรเปียร์ และหอกยาวด้วยไหมครับ?”ไคลน์ไต่ถามหลักสูตรล่วงหน้า มันกำลังอารมณ์ดีหลังจากย่อยโอสถนักทำนายเสร็จสมบูรณ์ชายหนุ่มเคยเห็นดาบจำพวกเรเปียร์ภายในห้องจัดแสดงของบ้านกาเวน รวมถึงชุดเกราะหนักหรูหรา ไคลน์ทราบดีว่ากาเวนมิได้เชี่ยวชาญเฉพาะการต่อสู้ด้วยกำปันขณะยืนอาบแสงแดด กาเวนชำเลืองมองไคลน์ด้วยหางตาสุ้มเสียงทุ้มต่ำถูกเปล่งจากปาก“เรียนไปก็เปล่าประโยชน์ อาวุธเหล่านั้นตกยุคไปแล้ว มีค่าเพียงตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็ห้องจัดแสดงส่วนตัว…”กาเวนเว้นวรรคหลายวินาที่ ก่อนจะกล่าวเสริมจากประสบการณ์แสนขื่นขมในอดีต
“พวกมันเป็นเทคโนโลยีล้าสมัย เจ้าควรฝึกใช้ปืนให้ช่ำชองเสียมากกว่า ศิลปะการต่อสู้ที่เคยสอนไปเป็นเพียงทางเลือกรอง”ไคลน์เงยมองครูฝึกของตนผู้กำลังแสดงสีหน้าเจ็บแปลบชายหนุ่มพยายามให้กำลังใจ“ผมไม่คิดเช่นนั้น”“แต่รัฐมนตรีทุกคนคิด! รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนนายทหาร หรือแม้แต่ราชวงศ์ทุกคนล้วนคิดแบบนั้น!”กาเวนกล่าวพลางขบกรามแน่นไคลน์อาศัยประสบการณ์นักถกเถียงในโลกออนไลน์ โต้แย้งถ้อยคำครูฝึกชรา“พวกมันอาจไม่มีประโยชน์ในแนวหน้าก็จริง แต่ยังคงมีประโยชน์ด้านอื่นอยู่ เหตุใดถึงต้องเลือกระหว่างศิลปะการต่อสู้กับอาวุธเพียงอย่างเดียว? เราสามารถใช้ร่วมกันได้ ผมเชื่อว่าในการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง ฝั่ายคล่องแคล่วและมีอาว