เหล่านี้ประกอบกัน เบื้องบนของโบสถ์คงยอมเชื่อว่าตน ‘บังเอิญ’ ค้นพบเทคนิคสวมบทบาทเข้าโดยมีมาดามดาลี่ย์เป็นแบบอย่าง และค้นพบเทคนิค ‘ตั้งกฎ’ จากการเป็นสมาชิกสโมสรพยากรณ์จึงไม่แปลกหากจะเรียนรู้ได้ไวกว่ามาดามดาลี่ย์ซึ่งใช้เทคนิคสวมบทบาทเพียงอย่างเดียว ความเคลือบแคลงของโบสถ์ก็จะลดลง
แถมวิธีนี้ยังจะช่วยให้ดันน์และเหยี่ยวราตรีคนอื่นทราบถึงเทคนิคสวมบทบาทไปในตัว…ไคลน์ครุ่นคิดประเด็นเหล่านี้ในใจอยู่นานมันมองว่าดันน์·สมิทคือหัวหน้าที่ดี ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียหรือนิสัยด้านลบยกเว้นอาการความจำเสื่อมตนไม่อยากให้ดันน์เกิดคลุ้มคลั่งในสักวัน และจะยิ่งดีหากหัวหน้าได้เลื่อนลำดับและกลายเป็นผู้วิเศษระดับสูงของโบสถ์อันที่จริง ไคลน์ต้องการรอให้ครบหนึ่งปีก่อน แล้วค่อยทำเรื่องขอเลื่อนระดับพลัง แต่หลังจากเกิด ‘ความไม่กลมกลืนในโชคชะตา’ ดังคำมิสเตอร์อะซิกทัก รวมถึงเบาะแสอันเลือนรางของปล่องไฟสีแดง มันจึงตระหนักได้ว่า ตนควรเร่งเพิ่มพลังวิญญาณให้ได้โดยเร็ว ยิ่งรอช้าจะยิ่งเป็นอันตรายภายในสองสัปดาห์ถัดไป มันต้องคอยเปั่าหูหัวหน้าไม่ต่ำกว่าสามครั้ง เพื่อให้รากฐานข้อแก้ตัวมั่นคงและมีที่มาที่ไป จากนั้นค่อยส่งคำร้องขอเลื่อนระดับเป็นทางการ
ขณะเดียวกันก็ต้องหาโอกาสเดินตลาดมืดค้าของวิเศษ เผื่อว่าจะมีวัตถุดิบวิเศษวางขายบ้าง ของที่ตุนไว้เริ่มหมดแล้ว…ไคลน์วางแผนชีวิตตัวเองเป็นขั้นเป็นตอน ก่อนจะหันมาตั้งใจเรียนคาบวิชาเร้นลับกับลุ