เปลี่ยนท่านั่ง สีหน้าของมันยังฉงนไคลน์พ่นถ้อยคำที่เตรียมไว้“ท…ทุกครั้งเมื่อผมไปเยือนสโมสรพยากรณ์ ราวกับพลังวิญญาณในตัวเข้มข้นขึ้นทีละนิด โดยเฉพาะหลังจากได้ช่วยทำนายดวงชะตาให้ลูกค้า ทั้งหัวใจ ร่างกาย และวิญญาณของผมจะรู้สึกผ่อนคลายมาก ผมยังตั้งกฎของนักทำนายขึ้นเองจากประสบการณ์ในสโมสรพยากรณ์ เป็นข้อห้ามเหมือนกับ ‘หลักปฏิบัติ’ ของผู้ส่องความลับที่ระบุว่า ‘ทำในสิ่งที่อยากทำ·แต่ต้องไม่เดือดร้อนใคร’ ผมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาตลอด หากผู้ส่องความลับจำเป็นต้องมีหลักปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงคลุ้มคลั่ง ผมจึงคิดว่านักทำนายก็ควรต้องมีบ้างเช่นกัน ผมมองว่าสองวิธีการข้างต้นจะช่วยให้ย่อยโอสถได้เร็วขึ้น รวมถึง
ลดความเสี่ยงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เหมือนกับที่มาดามดาลี่ย์สวมบทบาทเป็นผู้สื่อวิญญาณตลอดเวลา”ไม่มีใครทราบว่าดันน์หยิบไปปขึ้นมาตอนไหน มันใช้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นยาสูบโดยไม่จุดไฟเฉกเช่นทุกครั้ง สีหน้าครุ่นคิดเคร่งเครียด“เป็นการคาดเดาที่สมเหตุสมผล และนำไปทดสอบหาผลลัพธ์ได้น่าสนใจมาก…”ในบทสนทนาหนแรก ไคลน์เพียงต้องการวางรากฐานคำแก้ตัวไว้ก่อน มันจึงไม่อธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม แค่กล่าวติดตลกตบท้าย“บางทีผมอาจเป็นเหยี่ยวราตรีที่ย่อยโอสถลำดับเก้าเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์…”“ขอให้เทพธิดาคุ้มครองคุณ”ดันน์อวยพรไคลน์ ไม่เก็บคำพูดเมื่อครู่มาคิดจริงจัง ก่อนจะก้มศีรษะไตร่ตรองขึงขัง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ไคลน์ยกมุมปากขึ้นแ