นไม้บนลำเรือ”ฟรายชะงักฝีเท้าเมื่อพบรอยไหม้บนพื้นไม่กี่นาทีถัดมา ผู้คุมเรือนทำงานและบาทหลวงเดินมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งสามเหยี่ยวราตรีกำลังก้มหน้าตรวจสอบทั้งสองคือบุรุษในวัยราวสี่สิบ“ซาลัสเริ่มจุดไฟตรงนี้ แต่ผลลัพธ์คือความตายของเขาคนเดียวใช่ไหม?”เลียวนาร์ดถามพร้อมกับชี้นิ้วไปยังรอยไหม้บนพื้นซึ่งมีซากขี้เถ้าเกาะติดผู้ดูแลเรือนทำงาน หน้าผากเถิกกว้างตามช่วงวัยซึ่งเริ่มชรามันใช้นัยน์ตาสีฟั้าจ้องมองยังจุดที่ปลายนิ้วเลียวนาร์ดชี้ไป ก่อนจะผงกศีรษะยอมรับ“ถูกต้อง”“แล้วก่อนหน้านั้น ซาลัสมีพฤติกรรมแปลกประหลาดบ้างไหม?”
ไคลน์ถามผู้ดูแลครุ่นคิดสักพัก“จากคำบอกเล่าของผู้ที่นอนข้างซาลัสเป็นประจำ ซาลัสมักพึมพำบ่อยครั้งว่า ‘พระองค์ทอดทิ้งเรา’ ‘โลกใบนี้โสมมเกินไป’ และ ‘เราไม่เหลืออะไรอีกแล้ว’ จำพวกนี้บ่อยครั้งมาก ห้วงอารมณ์ซาลัสอัดแน่นด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวังแต่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะกล้าทุบตะเกียงน้ำมันก๊าดและจุดไฟเผาห้องขณะทุกคนกำลังนอนหลับ โชคดีว่ามีคนตื่นมาเห็นเข้าพอดีและหยุดการลุกลามได้ทัน”ไคลน์และเลียวนาร์ดสอบปากคำสองสามบุคคลซึ่งนอนข้างซาลัสในคืนดังกล่าว รวมถึงวีรบุรุษที่ช่วยดับไฟไว้อย่างฉิวเฉียดแต่ข้อมูลจากปากคนเหล่านี้กลับไม่ช่วยให้พบเบาะแสน่าสงสัยแน่นอน เหล่าเหยี่ยวราตรีใช้ทั้งเนตรวิญญาณ พลังทำนายและวิธีอื่นในการยืนยันว่าคนงานไม่ได้โกหก“คล้ายกับซาลัสวางแผนทำลายตัวเองไปพร้อมกับคนหมู่มากนานแล้ว เป็น