หลังจากครุ่นคิด ไคลน์ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเพื่อยืนยันบางสิ่งมันเชื่อว่า หากไม่มีอำนาจลึกลับคอยปกปิดสัญลักษณ์บนกระดาษเพื่อหวังให้ตนเห็นเพียงคนเดียว หัวหน้าและหน่วยเหยี่ยวราตรีต้องสืบสวนจนพบเบาะแสเข้าสักวันแน่นอน ไม่เกี่ยงว่าตนจะแจ้งให้ทราบหรือไม่แต่กลับกัน หากมีพลังลึกลับคอยปิดบังสัญลักษณ์บนกระดาษอยู่จริง ตนก็ไม่ควรบุ่มบ่ามกลับไปแจ้งกับหัวหน้า ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่าจะปลอดภัยไคลน์รีบกลับบ้านเพื่อยืนยันเรื่องนี้มันโดยสารรถม้าไร้รางกลับมายังถนนดารารัตน์และเปิดประตูเข้าบ้าน ตอนนี้เป็นยามเช้าของวันอาทิตย์ เบ็นสันและเมลิสซ่าจึงยังไม่ถึงเวลาตื่นนอนบรรยากาศในบ้านโมเร็ตติค่อนข้างมืดสลัว
ไคลน์ต้มกาน้ำร้อน ใส่ใบชาลงไปตามสมควร รอจนกระทั่งเดือดและซดกินพร้อมกับขนมปังข้าวโอ๊ตจากนั้นก็สวมโค้ต เดินขึ้นชั้นสองด้วยฝีก้าวระมัดระวังเพื่อไม่ให้สองพี่น้องตื่นขณะฝั่าเท้าไคลน์เหยียบบันไดขั้นสุดท้าย ประตูห้องน้ำอีกฝังถูกผลักเปิดจากด้านในเมลิสซ่าเดินออกมาในสภาพงัวเงีย“กลับมาแล้วหรือ…”เด็กสาวขยี้ตาหาวด้านไคลน์ก็หาวบ้าง“ใช่แล้ว ฉันง่วงมาก ไม่ต้องปลุกจนกว่าจะเที่ยงนะ”เมลิสซ่าผงกศีรษะเล็กๆ เชิงรับรู้ ก่อนจะนึกบางสิ่งขึ้นได้“ฉันกับเบ็นสันจะไปวิหารพระแม่เซเลน่าตอนเช้าเพื่อเข้าร่วมพิธีมิสซา อาหารเที่ยงคงเริ่มสายกว่าปรกติเล็กน้อย”ทั้งเมลิสซ่าและเบ็นสันไม่เคร่งศาสนามากนัก พวกมันจะประกอบพิธีมิสซาที่วิหารเพียง