จากฝันและก้มหน้าวาดภาพลงกระดาษหนังโดยอาศัยความทรงจำสดใหม่คล้ายกับเนตรแนวตั้งกำลังจ้องมองตนกลับมาจากแผ่นกระดาษ เปียมด้วยปริศนาและความน่าสะพรึงในเวลาเดียวกันไคลน์นั่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเขียนข้อความลงบนกระดาษแผ่นเดิมที่ใช้วาดภาพภายใต้เนตรแนวตั้ง“สิ่งนี้คือเบาะแสสำคัญที่จะสาวไปถึงสมบัติลับตระกูลอันทีโกนัส”มันวางปากกาลง ปลดโซ่เงินข้อมือซ้ายออกมาถือ ปล่อยปลายจี้ให้ลอยเหนือแผ่นกระดาษหนังเพียงเล็กน้อยไคลน์หลับตาท่องประโยคเจ็ดครั้งด้วยจิตใจสงบนิ่งหลังจากครบ มันลืมตาขึ้น และพบลูกตุ้มวิญญาณกำลังหมุนในทิศทางตามเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วปานกลาง
เป็นผลลัพธ์ยืนยันภาพดวงตาแนวตั้งคือกุญแจนำพาไปสู่สมบัติลับตระกูลอันทีโกนัสไคลน์พยักหน้าเบาๆ พลางนั่งวิเคราะห์นิ้วมือขวากำลังเคาะโต๊ะตามความเคยชิน ปากส่งเสียงพึมพำเบาๆ“เป็นเพราะรีเอล·บีเบอร์เสียชีวิต ตระกูลอันทีโกนัสจึงไม่หลงเหลือทายาทอยู่อีก ด้วยเหตุนี้ สมุดบันทึกจึงมองเรานักทำนายผู้เคยสัมผัสสมุดโดยตรงและยังมีชีวิตรอด เป็นทายาทคนถัดไป จากนั้นก็ทำการทิ้งเบาะแสสำคัญ ภาพวาดเนตรแนวตั้ง ไว้กับ 3-0625 และรอคอยให้ถึงเวลาที่เราเข้าเวรเฝั้าประตูยานิสตามลำพัง…อย่างนั้นหรือ? ไม่มีข้อบกพร่องในสมมติฐาน แต่เรามองว่าเป็นการตีความข้างเดียวมากเกินไปสมุดบันทึกทราบได้อย่างไรว่าโลกนี้ไม่เหลือทายาทอันทีโกนัสอีกแล้ว? และตัวเราไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเลยสักนิดไม่อย่างน