นั้นหลายวินาที่จนกระทั่งเด็กสาวทำแก้มปั่องและรีบสวมหมวกตาข่ายเดินออกจากบ้าน
…บ่ายสองโมงตรงวันเดียวกัน ไคลน์เดินทางไปยังบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬอีกครั้งดันน์และโรแซนในห้องรับแขกส่งเสียงถามพร้อมกัน“คุณไม่นอนพักหรือ?”ไคลน์ยกมุมปากขึ้น“ผมมีแผนจะไปสโมสรพยากรณ์ แต่ตัดสินใจแวะมาที่นี่ก่อน เผื่อว่าจะมีความคืบหน้าของเหตุการณ์เมื่อคืน ผมค่อนข้างหวาดผวา ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมหรือยังครับหัวหน้า?”ดันน์ชำเลืองโรแซนด้วยหางตา มันไม่กล่าวสิ่งใด เพียงลุกขึ้นและเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปในห้องทำงานตัวเองอย่างเงียบงันโรแซนจ้องมองแผ่นหลังดันน์เขม็ง ปากพึมพำด้วยน้ำเสียงปนโมโห“ให้ตายสิ…หัวหน้าเนี่ย!”
เจ๋งมากหัวหน้า! ไคลน์พยายามกลั้นขำขณะรีบเดินตามดันน์เข้าไปในห้องเมื่อไคลน์ปิดประตู ดันน์ยกไปปที่ไม่ถูกจุดขึ้นมาสูดดมกลิ่นยาสูบแห้ง“หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด วิหารศักดิ์สิทธิ์ยืนยันแล้วว่า 3-0625 ได้รับอิทธิพลจากสมุดบันทึกอันทีโกนัสจริงพวกเขาจึงเปลี่ยนระดับความอันตรายของสมุดเสียใหม่กลายเป็นอันตรายระดับ 1 อันตรายมาก ผมขอแสดงความเสียใจด้วย คุณคงหมดสิทธิ์เข้าถึงสมุดเล่มนั้นไปอีกนาน”ตามหลักปฏิบัติของโบสถ์ ของวิเศษต้องห้ามระดับ 1 แม้แต่บิชอปและหัวหน้าหน่วยเหยี่ยวราตรีประจำมุขมณฑลก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง ต้องบรรดาศักดิ์สูงกว่านั้นสถานเดียวหมายความว่าหัวหน้าก็ไม่ทราบเช่นกันดันน์จ้องมองไคลน์และอธิบ