ของเธอคล้ายกับมิได้แยแสเหตุการณ์ภายในสนามม้าซึ่งกำลังมีบรรยากาศกังวานอื้ออึงเมื่อม้าแข่งตัวหนึ่งควบเข้าเส้นชัยโดยใช้แผ่นอกพุ่งผ่านริ้วริบบิ้นยาว เพื่อนของเด็กสาว ไวเคาต์กายลินเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ออเดรย์ คุณงดงามขึ้นทุกครั้งที่เราได้พบกัน ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม”“ให้ฉันช่วยอะไรหรือ?”หากเป็นสมัยก่อน ออเดรย์จะมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้รับคำชม แต่ไม่ใช่กับปัจจุบันที่เธอสามารถใช้พลังผู้ชมสำรวจหาเจตนาแท้จริงของอีกฝั่ายสีหน้า กิริยาท่าทาง แววตา ลมหายใจเนื่องจากบิดาอายุสั้น ไวเคาต์กายลินจึงสืบทอดบรรดาศักดิ์ขุนนางตั้งแต่วัยต้นยี่สิบ บุคลิกภายนอกคล้ายคลึงหนุ่มสำอางร่างกายผอมบางทั่วไป
มันเหลียวซ้ายแลขวาหนึ่งหนก่อนเปล่งเสียงกระซิบกระซาบกับเด็กสาว“ออเดรย์ ผมมีโอกาสได้รู้จักกับผู้วิเศษตัวจริงเสียงจริงคนหนึ่ง ผู้วิเศษที่ไม่ได้มาจากตระกูลราชวงศ์!”รู้อะไรไหมกายลิน ทุกครั้งที่นายพูดแบบนี้ ผลลัพธ์มักน่าผิดหวังเสมอออเดรย์ฝืนยิ้มแห้ง“จริงหรือ?”“ขอสาบานด้วยเกียรติของท่านพ่อ! ผมเห็นเขาแสดงพลังพิเศษกับตา!”กายลินกระซิบด้วยโทนเสียงที่ดังขึ้นออเดรย์ไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาเหมือนก่อน เรื่องแค่นี้มิได้ทำให้เธอสั่นคลอน แถมตนยังกลายเป็นผู้วิเศษมาสักพักแล้วแต่กระนั้นก็ต้องแสร้งตกใจให้แนบเนียน ออเดรย์ไม่ต้องการให้กายลินเกิดความเคลือบแคลงโดยใช่เหตุเด็กสาวสวมรอยยิ้มจอมปลอมพร้อมกับเปล่งเสีย