งมาก หากในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่ต้องใช้แล้วเกิดไม่มี ความตายจะเป็นสิ่งเดียวที่รออยู่ไม่ใช่ทุกหนแห่งจะอุดมไปด้วยวัตถุดิบวิเศษเหมือนบ้านเซเลน่าฉะนั้นไคลน์จึงต้องพกพาสิ่งของจำเป็นติดตัวตลอดเวลาเก็บสำรองไว้ในช่องกระเปั๋าที่สั่งเย็บเป็นพิเศษก่อนจะเดินเข้าผับมังกรชั่ว มันใช้มือตบสำรวจปึกธนบัตรที่เตรียมมาจากบ้านปัจจุบันเป็นช่วงบ่ายวันอังคาร ภายในผับมีลูกค้าไม่มากนักปราศจากการพนันล่าหนูหรือชกมวย เรียกได้ว่าบรรยากาศค่อนข้างซบเซาขณะกำลังจะเดินเข้าห้องบิลเลียด เพื่อทะลุไปยังประตูลับด้านหลังซึ่งเป็นตลาดมืด มันกวาดสายตามองลูกค้าคนอื่นรอบตัวเป็นระยะ มีทั้งเล่นไพ่ ดื่มเบียร์ สนทนาตามปรกติ
ทันใดนั้น บุรุษกล้ามโตสวมเครื่องแบบนายทหารเรือเก่าโทรม มีรอยขาดเล็กน้อย เดินสวนออกมาจากห้อง บนบ่าทั้งสองข้างสวมเสื้อคลุมผืนใหญ่โดยไม่ได้สอดแขนเข้าไป“โฮ่! เจ้าคือสหายที่นีลล์มาพาเมื่อคราวก่อนใช่ไหม?”กลิ่นเหล้าโชยหึ่งจากอีกฝั่าย เส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงดวงตาฟั้าครามจ้องมองไคลน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าชายหนุ่มพอจะเดาตัวตนอีกฝั่ายได้ ไคลน์ถอดหมวกออกทักทาย“ใช่ครับ แล้วผมควรเรียกคุณว่าอย่างไร?”“นีลล์คงบอกไปแล้วสินะ ฉันคือหัวหน้าของที่นี่ แต่เรียกสเวย์นก็พอ”ชายชราตาสีฟั้า มัดกล้ามเนื้อแขนของมันใหญ่โตทรงพลังไม่ต่างจากนายพลกองทัพเรือเลยสักนิดมันเป็นถึงอดีตหัวหน้าหน่วยทูตพิพากษาเมืองทิงเก็น กล่าวกันว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของกอง