เกือบช่วงเย็นในวันเดียวกัน ไคลน์เดินทางกลับถึงบ้านพร้อมกับรูดม่านห้องนอนปิดสนิทมันหยิบปากกาขึ้นมาถือและแสดงสีหน้าขบคิดเป็นเวลานาน ก่อนจะบรรจงเขียนข้อความลงบนกระดาษเปล่า“คดีลักพาตัวคุณหนูเอลเลียตเกิดจากอำนาจผู้วิเศษ”ในฐานะนักทำนาย ไคลน์เคยใช้พลังทำนายค้นหาต้นตอเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้น ว่าถูกชักนำจากผู้วิเศษมือที่สามหรือไม่แต่ผลลัพธ์ทุกครั้งก็ปฏิเสธปัจจุบัน หลังจากถูกอะซิกทัก มันตัดสินใจลองทำนายหาความจริงใหม่อีกครั้งไคลน์ได้บทเรียนจากตัวตลกสวมสูทมาแล้วว่า ผลลัพธ์คำทำนายที่กว้างเกินไปจะทำให้ผู้วิเศษตีความผิดเพี้ยน ชายหนุ่มจึงพยายามตีกรอบคำทำนายให้แคบที่สุด“ใช่แล้ว ต้องทำนายแยกเป็นคดีไป”
ไคลน์ผงกศีรษะเบาๆ พร้อมกับปลดจี้บุษราคัมจากข้อมือซ้าย มันใช้มือข้างเดียวกันกำสายโซ่เงิน ปล่อยให้ปลายจี้ห้อยลงบนโต๊ะจนเกือบสัมผัสกระดาษสมาธิถูกรวบรวมเพื่อเข้าฌาน จากนั้นก็หลับตาลงและเปล่งคำพูด“คดีลักพาตัวคุณหนูเอลเลียตเกิดจากอำนาจผู้วิเศษ”…หลังจากท่องครบ ไคลน์ลืมตาขึ้นเพื่อพิจารณาผลลัพธ์คำทำนายจี้และโซ่หมุนในทิศทางทวนเข็มเชื่องช้า“ปฏิเสธสินะ”มันพึมพำ ก่อนจะเขียนข้อความที่แตกต่างจากเดิมลงกระดาษอีกหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์ทั้งหมดล้วนไม่แตกต่าง คดีการลักพาตัวเอลเลียตไม่ได้ถูกผู้วิเศษชักนำ
ถัดมา ไคลน์เขียนข้อความเกี่ยวกับสาเหตุที่รีเอล·บีเบอร์ยังคงหลบซ่อนตัวในทิงเก็น รวมถึงคดีอุบัติเหตุกระจกวิเศษของเซเลน่าแต่