ากเดิมสองเท่า แต่มันก็ยังเลือกโดยสารรถม้าสาธารณะที่ราคาถูกกว่ากระนั้นก็มิได้ตระหนี่เกินเหตุ ด้วยแสงแดดยามบ่ายที่ยังร้อน มันแวะดื่มชาเย็นของร้านมาดามสลินก่อนออกเดินทางหลังจากรถม้าเคลื่อนตัวมาจอดที่ปั้ายถนนฮาเวิส ไคลน์โยนแก้วชาเย็นลงถังขยะและเดินขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารก่อนจะเข้าห้องรับแขก มันเปิดภาวะเนตรวิญญาณเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อย่างกรายเข้าไป ไคลน์สัมผัสถึงบรรยากาศโศกเศร้าเล็กๆ จากผู้คนรอบตัวเจ้าหน้าที่ต้อนรับสาวสวยคนเดิม มาดามแอนเจลิก้า นั่งอยู่ในที่ประจำของเธอ สายตากำลังเหม่อลอยไร้การเพ่งสมาธิ“กาลเวลาจะช่วยเยียวยาความโศก”
แอนเจลิก้าพลันสะดุ้ง เธอเหลียวมองไคลน์เมื่อได้สติ ก่อนจะพึมพำ“มิสเตอร์โมเร็ตติ…”ทันใดนั้น นัยน์ตาดำของเธอหดลีบลง“ค…คุณรู้เรื่องการตายของมิสเตอร์เฮเนส·ด้วยหรือคะ? ด…ได้ยังไง? จ…จริงด้วยสินะ… ดิฉันลืมไปว่าคุณเป็นหมอดูที่พิเศษกว่าใคร”ไคลน์ทำทีถอนหายใจในปริมาณพอเหมาะ“หามิได้ครับ ผมเพียงมองเห็นจากอนาคตอันใกล้ที่ค่อนข้างเลือนราง…เกิดอะไรขึ้นกับมิสเตอร์เฮเนสกันแน่?”“หัวหน้าแจ้งมาว่า ในค่ำคืนหนึ่ง มิสเตอร์เฮเนสประสบภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลันและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย”ดวงตาแอนเจลิก้าเริ่มแดงก่ำ
“เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนและมนุษยสัมพันธ์ดีมากเป็นอาจารย์คนสำคัญของสมาชิกหลายท่านในสโมสร แถมอายุก็ยังไม่มาก อนาคตต้องสดใสแน่…”“ขออภัยที่เอ่ยถึงนะครับ”ไคลน์ไม่ปลอบเธอต่อ มันเดินตร