รวัตร”
เดอไวล์ไต่ถามด้วยสีหน้ากังวล“พบอะไรบ้างไหม?”“ถ้ามันง่ายขนาดนั้น เพื่อนร่วมงานของผมคงไม่ปล่อยให้คดีค้างคานานเช่นนี้แน่”ไคลน์กล่าวพลางชำเลืองมองเศรษฐีใจบุญ ขณะกำลังจะเบือนหน้าหนี มันบังเอิญเหลือบเห็นเงาลางสีขาวรูปร่างคล้ายมนุษย์ ปรากฏอยู่ในกระจกบานใหญ่ด้านหลังเดอไวล์และไม่ใช่คนเดียว…แต่มีจำนวนมากในวินาทีที่ภาพปรากฏ ไคลน์ได้ยินเสียงคร่ำครวญเจือจางอีกครั้งฟูั่ว…มันถอนหายใจเพื่อสงบสติ ไคลน์เกือบขวัญอ่อนจนชักปืนยิงใส่กระจกการมีสัมผัสวิญญาณเฉียบแหลม สักวันต้องทำให้ตนหัวใจวายตายแน่…มันพยายามเล่นมุกตลกเพื่อคลายความเครียดไคลน์เบนความสนใจมายังเดอไวล์
ในคราวนี้ มันได้พบบางสิ่งที่แตกต่างหลังจากเดินเข้ามาในห้อง รอบตัวเศรษฐีใจบุญปรากฏเงาลางคล้ายมนุษย์ไหววูบวาบตลอดเวลา พวกมันแผ่แสงสีขาวจางๆ จนทำให้บรรยากาศห้องสว่างขึ้นเล็กน้อยทุกเงาลางปรากฏพร้อมเสียงคร่ำครวญที่มนุษย์ปรกติแทบไม่ได้ยินคนทั่วไปจะไม่ได้ยินในสถานการณ์ปรกติงั้นหรือ…จะเกี่ยวกับกลางวันกลางคืนไหม?แล้วจะได้ยินเมื่อไร?ไคลน์พยายามหาบทสรุป เริ่มด้วยสมมติฐานที่ว่า…ภาพเหล่านี้คือวิญญาณที่ตามหลอกหลอนเดอไวล์ เสียงคร่ำครวญคือเสียงสุดท้ายในชีวิตก่อนที่พวกมันจะตายบนโลกใบนี้ หากใครบางคนเกิดความรู้สึกเคียดแค้นอย่างแรงกล้า ดวงวิญญาณดังกล่าวสามารถตกค้างโดยไม่มุ่งหน้าสู่โลกวิญญาณ แต่จะพัฒนาตนเองกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนในภายหลัง
แล้วเหตุใดเศรษฐีใจบุญอย