ท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย ไคลน์ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมจากการกลิ้งเกลือกหนึ่งตลบ มันชักมือออกจากซองปืนพร้อมกับหมุนโม่เพื่อให้รังเพลิงเลื่อนตรงกระสุนนัดแรกชายหนุ่มจับปืนในท่ายิงทะมัดทะแมงแสงแดดส่องกระทบลูกโม่ทองเหลืองจนเกิดประกายแวววาวไคลน์กำลังเป็นห่วงดันน์และอายร์ สองคนนั้นเป็นผู้วิเศษลำดับ ‘ฝันร้าย’ ที่ถนัดกล่อมผู้คนให้หลับใหล ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าประสิทธิภาพต่อสู้ระยะประชิดตอนกลางวันจะเป็นเช่นไรขณะไคลน์กังวล อายร์·ฮาร์สันลดความเร็วลงพร้อมกับทำสีหน้าเคร่งขรึม มันเปล่งบทกวีที่คล้ายกับใช้ขับกล่อมยามค่ำคืน“ยามตะวันลอยเหนือฟั้าทิศประจิม หยาดน้ำค้างไข่มุกไหลลงร่องกลีบบุปผา แสงแดดส่องสะท้อนคลับคล้ายดวง
จันทรา ที่เคียงคู่มากับหมู่ดารา บุปผาสนธยาเริ่มเบ่งบานครั้งใหม่ งดงามละเมียดละไมภายใต้หยดน้ำค้างใส ท่ามกลางแดดเหลืองนวลสุดแสนไกล”…บทเพลงขับกล่อมทุกสิ่งมีชีวิตที่มีประสาทรับรู้การได้ยินร่างไคลน์พลันผ่อนคลายไร้ความตึงเครียดชายหนุ่มเคยเผชิญหน้าเหตุการณ์กึ่งกลับกึ่งตื่นบ่อยครั้งจนเคยชิน บางทีอาจเป็นพลังพิเศษเฉพาะตัวของมัน แต่ความง่วงทำอะไรไคลน์ไม่เคยได้ ชายหนุ่มตั้งสติเข้าฌานอย่างรวดเร็วเพื่อหลุดพ้นจากผลของบทกวีฟูั่ว…ไคลน์ถอนหายใจโล่งอก มันไม่เคลือบแคลงพลังต่อสู้ของ ‘ฝันร้าย’ อีกแล้วด้วยความที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางผู้วิเศษและมีข้อมูลเดียวกับเส้นทางไม่มาก จึงหลงลืมไปชั่วขณะว่า ผู้วิเศษลำดับเจ็ดอย่าง‘ฝันร