งองค์กรใด”ตูไม่ทราบ…ไคลน์พยักหน้าแสร้งเข้าใจ“อา…”หนึ่งในนั้นอาจเป็นลัทธิเร้นลับที่กำลังตามล่าสุดบันทึก…อีกหนึ่งอาจเป็นนิกายมอสส์ที่หัวหน้าดันน์และลุงนีลล์เล่าให้ฟัง
อันสุดท้าย ไม่แน่ใจว่าจะรวมถึงสมาคมแปรจิตด้วยหรือไม่…ขณะไคลน์กำลังไตร่ตรองถึงความน่าจะเป็น อัลเจอร์ได้กล่าวข้อมูลส่วนสุดท้ายที่มันทราบออกมา“ผมไม่ทราบว่าตระกูลอันทีโกนัสถือครองโอสถเส้นทางใดไว้ แต่ในประวัติศาสตร์อันยาวนาน นิยามที่ผู้คนใช้อธิบายถึงตระกูลอันทีโกนัสจะมีเพียงสองคำเท่านั้น…” คือ‘ประหลาด’และ‘น่าหวาดกลัว’”ประหลาดและน่าหวาดกลัว…เมื่อหวนนึกถึงสมุดบันทึกเล่มดังกล่าว หวนนึกถึงชะตากรรมที่ไคลน์และเพื่อนร่วมชั้นต้องเผชิญ ความตายของมารดารีเอล·บีเบอร์ นิยามที่ว่าค่อนข้างตรงเลยทีเดียวไคลน์เริ่มเคาะโต๊ะเพื่อส่งสัญญาณ เมื่อเห็นแฮงแมนและจัสติสยังคงเงียบงัน มันเป็นฝั่ายเปิดปากพูด“ยอดเยี่ยมมาก เป็นการชดเชยที่เราพึงพอใจทีเดียว”
สาเหตุที่ไคลน์ใช้นิ้วเคาะโต๊ะส่งสัญญาณก่อนเริ่มทำบางสิ่งทุกครั้ง เพื่อให้แฮงแมนและจัสติสเข้าใจว่าตนมีนิสัยชอบเคาะนิ้วจะได้กลบเกลื่อนการเปิดปิดภาวะเนตรวิญญาณที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”อัลเจอร์มิได้กล่าวสิ่งใดต่อออเดรย์มองสลับไปมาระหว่างแฮงแมนกับเดอะฟูล เธออมยิ้มเล็กน้อย“ขอถามคำถามที่สองต่อเลยนะคะ…”“โอสถเส้นทางผู้ชมลำดับถัดไปมีชื่อว่าอะไรบ้าง? แล้วฉันจะหาเบาะแสได้จากที่ใด?”เฮ่อ…อยากถา