ำตอบ“ขออธิบายด้วยการเปรียบเปรยเพื่อให้เห็นภาพ…”“สมมติให้พลังของโอสถคือปราสาทหลังใหญ่ที่ถูกอารักขาเข้มงวด ผลข้างเคียงด้านลบของโอสถคือเจ้าของปราสาทหลังดังกล่าว และตัวเราเป็นเพียงคนนอกหนึ่งเดียวซึ่งไม่มีใครช่วยเหลือ เปั้าหมายคือการยึดครองปราสาทหลังนั้นมาเป็นของตัวเอง”“การยึดครองทำได้ด้วยสองวิธี หนึ่งก็คือ ใช้กำลังบุกเข้าไป แต่วิธีนี้ไม่รับประกันความสำเร็จ และเราอาจได้รับบาดเจ็บระหว่างลงมือ ต่อให้ครองปราสาทสำเร็จ แต่ร่างกายอาจบาดเจ็บยับเยิน จึงค่อนข้างแน่นอนว่า วิธีนี้ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ยึดครองปราสาท”“หนทางที่สองคือ การใช้บัตรเชิญเพื่อเข้าไปในปราสาทอย่างถูกต้อง เมื่อเข้าถึงแกนกลางสำเร็จ การลงมือจำกัดศัตรูที่มีเพียงหนึ่งเดียวย่อมง่ายกว่า”
“แต่ปัญหาคือ แขกที่สามารถเข้าไปด้านในจะต้องมีใบหน้าและลักษณะนิสัยตรงตามที่เขียนไว้ในบัตรเชิญเท่านั้นด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องปลอมตัวเป็นแขกให้แนบเนียน องค์รักภายนอกจะได้ปล่อยให้ผ่านเข้าไป”“พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างหรือยัง?”อัลเจอร์เอ่ยปากถามทันทีที่ไคลน์พูดจบ“หมายความว่า คำบอกใบ้บนบัตรเชิญคือชื่อของโอสถสินะครับ?”“ถูกต้อง”ไคลน์ยืนยันหนักแน่นออเดรย์นั่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอเข้าใจความหมายของ‘สวมบทบาท’อย่างกระจ่างชัดจากคำอธิบายเมื่อครู่หล่อนตะลึงจนหลุดจากภาวะผู้ชมที่รักษาอยู่นาน
“เป็นการอธิบายที่เห็นภาพชัดมาก! ด…ดิฉันคิดว่าฉายาเดอะฟูลเหมาะสมกับตัวท่านแล้ว ทั้งวิธีก