กระสับกระส่าย“ผมให้คำตอบไม่ได้ ต้องกลับไปตรวจสอบที่สถานีก่อนพวกเราไม่ได้มีภาพของชาวเมืองทุกคนเก็บไว้”“เข้าใจแล้ว รบกวนสอบปากคำผู้อยู่อาศัยทุกห้องในอาคารโดยละเอียดด้วย”ดันน์ออกคำสั่งเสียงขรึมขณะยืนมองเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินจากไป ดันน์รีบปิดประตูมิดชิดก่อนจะหันมองลุงนีลล์“ผมจะให้คุณจัดการที่นี่ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จ ผมคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้ผู้พักอาศัยทุกคนในตึกหลับ นั่นคือวิธีเดียวที่เราจะได้ภาพรีเอล·บีเบอร์อย่างชัดเจน ผมไม่คิดว่า
การสเก็ตช์ภาพคนร้ายจากปากคำพยานจะแม่นยำน่าเชื่อถือสักเท่าไร”ลุงนีลล์พยักหน้า มันหยิบขวดปริศนาขนาดเล็กราวหัวแม่มือออกจากกระเปั๋าชุดคลุมดำ ก่อนจะบรรจงสาดของเหลวในขวดตามลำดับอย่างพิถีพิถันถัดมาเป็นการกำผงบางสิ่งโปรยรอบตัวเป็นวงกลมน่าประหลาดมาก กลิ่นประหลาดเริ่มโชยไปทั่วห้องแทนที่กลิ่นเหม็นเน่าซากศพ ไคลน์เริ่มสังเกตเห็นกำแพงใสก่อตัวรอบลุงนีลล์ สนามพลังดังกล่าวราวกับทำหน้าที่กั้นแบ่งระหว่างสภาพแวดล้อมด้านในและด้านนอกให้แยกจากกันโดยสิ้นเชิงบรรยากาศห้องกลับไปมีลักษณะคล้ายคลึงในตอนเพิ่งพบศพอีกครั้งลุงนีลล์หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ริมฝีปากพึมพำคาถาด้วยเสียงค่อยจนยากจะฟังได้ศัพท์ แต่ถึงอย่างนั้น ไคลน์ก็พอจะจับใจความได้บ้างเล็กน้อย ในบทคาถามีประโยคซ้ำเดิมบ่อยครั้ง จำพวก
‘ท่านเทพธิดา ได้โปรดประทานพลังให้พวกเราด้วย’และ‘พวกเราปรารถนาการปกปั้องจากรัตติกาล…’ฟุั่บ!สายลมพันผ่านฉ