ัวของโคมไฟแก๊สสาธารณะสองข้างทางไคลน์หยิบนาฬิกาพกออกมาปิดฝา เข็มชั่วโมงบนหน้าปัดชี้ไปยังเลขหก หมายถึงยามหกโมงเช้าซึ่งใกล้สว่างเต็มที่จันทร์แดงบนท้องฟั้ายังไม่เลือนหายโดยสมบูรณ์ แต่อีกไม่นาน แดดทองอร่ามยามเช้าจะเข้ามาแทนที่
ขณะคิดเช่ารถม้าส่วนตัวแสนแพง มันเหลือบเห็นรถม้าสาธารณะแบบไร้รางกำลังวิ่งเข้ามาใกล้“เช้าขนาดนี้มีรถม้าสาธารณะด้วยหรือ?”ไคลน์ค่อนข้างฉงน แต่มันก็เดินไปดักหน้าเพื่อโบกหยุด“สวัสดีตอนเช้าครับมิสเตอร์”คนขับหยุดม้าอย่างชำนาญพนักงานเก็บค่าโดยสายยื่นมือมาหาพลางอ้าปากหาว“ถนนซุตแลน”ไคลน์หยิบเหรียญหนึ่งเพนนีสองเหรียญจากกระเปั๋าเสื้อก่อนจะล้วงหยิบเศษ‘ครึ่งเพนนี’อีกจำนวนหนึ่งเพื่อสมทบให้ครบ“สี่เพนนี”พนักงานเก็บเงินบอกราคาฉะฉาน
หลังจากจ่ายเงินและดึงตัวขึ้นไปนั่งในห้องโดยสาร ชายหนุ่มพบว่าเที่ยวขบวนยังคงเปล่าเปลี่ยวไร้ผู้คน นับเป็นความอ้างว้างที่ไม่คุ้นชินท่ามกลางค่ำคืนอับแสง“คุณเป็นคนแรก”คนขับรถม้าหันมายิ้มขณะเดียวกัน ม้าสีน้ำตาลสองตัวเร่งฝีเท้าควบผ่านถนนดารารันต์ด้วยความเร็วปานกลาง“ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ยักทราบมาก่อนว่ารถม้าสาธารณะจะมีรอบเช้าขนาดนี้ด้วย”ไคลน์เลือกที่นั่งใกล้คนขับ มันหาเรื่องคุยเรื่อยเปือยเพื่อข่มอารมณ์ตื่นเต้นภายในหัวคนขับรถม้ายิ้มจืดชืดก่อนตัดพ้อ“วิ่งตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสามทุ่ม แต่ค่าแรงของผมแค่สัปดาห์ละหนึ่งปอนด์”“ไม่มีพักเลยหรือ?”
ไคลน์ขมวดคิ้วถาม“หยุดสัปดาห