ยตามองรอบห้องพร้อมกับกล่าวระมัดระวัง“ไม่มีใครอยู่เลย ไม่มีกระทั่งเศษเสี้ยวพลังเวทมนตร์”ผู้เก็บซากศพ·ฟรายกล่าวเสริมด้วยเสียงแหบพร่า“ไม่มีวิญญาณร้าย”มันสามารถมองเห็นภูตผีตัวเป็นๆ ได้ด้วยตาเปล่า รวมถึงวิญญาณร้ายและวิญญาณอาฆาต โดยไม่ต้องเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณเหมือนคนอื่นเลียวนาร์ดย่างกรายเข้าไปหยุดยืนหน้าบานประตู และเฉกเช่นเมื่อวาน มันชกจนกลอนหล่นเข้าไปด้านในเศษไม้กระจัดกระจาย กลอนโลหะหล่นตกกระทบพื้นห้องเกิดเสียงดัง
ไคลน์เกิดความรู้สึกประหลาด คล้ายกับผนึกที่มองไม่เห็นถูกคลายออก ทันใดนั้น กลิ่นเหม็นเน่าชวนอาเจียนพลันโชยเตะจมูก“ซากศพ… ซากศพเน่าเปือย”ฟรายอธิบายเสียงเย็นยะเยียบราวกับไม่รู้สึกขยะแขยงดันน์ใช้มือขวาที่สวมถุงมือหนังดำบรรจงผลักประตูไม้เข้าไปสิ่งแรกที่ทุกคนเห็นคือเตาผิง ถึงปัจจุบันจะเป็นช่วงฤดูร้อนต้นเดือนกรกฎาคม แต่อุณหภูมิภายในห้องกลับสูงอย่างผิดวิสัยด้านหน้าเตาผิงเป็นเก้าอี้โยกทำจากไม้ บุคคลที่นั่งบนเก้าอี้คือหญิงชราในชุดขาวสลับดำ ศีรษะห้อยก้มต่ำลงด้านหน้าร่างกายบวมใหญ่ผิดธรรมชาติ ผิวหนังมีสีดำอมเขียวและเต่งตึง ราวกับพร้อมระเบิดกระจายทุกเมื่อเพียงสัมผัสบางเบานี่คือต้นตอของกลิ่นเหม็นบัดซบที่ไคลน์สัมผัสถึง ตามผิวหนังของเธอมีหนอนแมลงชอนไชร่วมกับปรสิตหลายชนิด เนตรวิญญาณสามารถตรวจจับสิ่งเหล่านี้ได้เพียงจุดแสงขนาดเล็กจนยากสังเกตเห็นในความมืดแผละ!
ดวงตาหญิงชราหลุดจากเบ้าและตกลงพื้น