ก่อนจะหุบกลับมาชนกันอีกครั้ง ทำสลับเช่นนี้ซ้ำไปมา เป็นสัญญาณการใช้สมองครุ่นคิดจนกระทั่งได้ข้อสรุปในเมื่อตนสามารถสร้างห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์สุดหรูหราได้ตามใจนึก เช่นนั้นแล้ว อาจพอมีหนทางที่จะแสดงภาพในจินตนาการของผู้อื่นออกมาคงต้องทดสอบดูสักหน่อย…ทันใดนั้น ทั้งแฮงแมนและจัสติสเห็นเดอะฟูลลุกขึ้นยืนท่ามกลางสายหมอกสีเทา“มิสจัสติส ช่วยร่วมมือทดสอบสักหน่อย จงนึกถึงข้อความขึ้นมาหนึ่งประโยค จากนั้นก็เพ่งสมาธิและจินตนาการภาพตัวเองเขียนมันลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลงมือเขียนจริงด้วยปากกาที่เตรียมไว้ให้”
ยังไม่ทันที่ไคลน์จะกล่าวจบ กระดาษหนังแพะสีเหลืองน้ำตาลและปากกาหมึกซึมสีดำแดงได้วางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้าออเดรย์เด็กสาวจ้องมองปากกาด้วยท่าทีสับสนและไม่มั่นใจ แต่ก็พยายามทำตามขั้นตอนที่อีกฝั่ายชี้แนะ เธอจินตนาการถึงกวีบทหนึ่งซึ่งจักรพรรดิโรซายล์เคยแต่งไว้“เมื่อย่างเข้าเหมันต์ ใบไม้ผลิก็ใกล้แค่เอื้อมมิใช่หรือ?”หลังจากจินตนาการตัวเองทำการเขียนข้อความลงบนกระดาษเสร็จ ออเดรย์หยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาและเริ่มลงมือเขียนจริงไคลน์สัมผัสความคิดของหล่อนโดยมีปากกาหมึกซึมเป็นสื่อกลาง มันถ่ายทอดในสิ่งที่ออเดรย์คิดลงบนกระดาษในวินาทีที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษหนังแพะ เธอพลันเห็นข้อความประโยคหนึ่งถูกเขียนไว้เสร็จสรรพ“เมื่อย่างเข้าเหมันต์ ใบไม้ผลิก็ใกล้แค่เอื้อมมิใช่หรือ?”“สุดยอด! มหัศจรรย์มาก!”
ออเดรย์โพล่งขึ้นด้วยน