ณ ห้องใต้ดินลับที่ไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว อัลเจอร์·วิลสันกำลังนั่งหน้าโต๊ะยาวซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายชนิดวางเรียงราย รวมถึงกระดาษหนังแพะอีกหลายใบด้านหน้ามันคือเทียนไขที่ละลายไปแล้วครึ่งลำ เปลวเพลิงสีเหลืองหม่นส่องวูบวาบจนเงาเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องคลับคล้ายกับกำลังเคลื่อนไหวเส้นผมสีน้ำเงินเข้มเกือบดำของอัลเจอร์พัวพันยุ่งเหยิงประหนึ่งสาหร่ายทะเล มันสวมชุดคลุมซึ่งมีสัญลักษณ์สายฟั้าสลัก สองมือกุมประสานด้านหน้าโดยหันนิ้วโปั้งเข้าหากันสายตาจ้องมองขวดของเหลวสีดำสนิทที่ตั้งวางบนโต๊ะถัดจากเทียนไขเล็กน้อยซู่ว! ซู่ว! ซู่ว!ซ่า! ซ่า! ซ่า!เสียงสายลมกระโชกสลับกับเสียงคลื่นทะเลซัดโถมดังออกจากขวดปริศนา หยดหมึกสีดำลอยกึ่งกลางขวด สายหมอกสี
เทาเจือจางหมุนวน มองผิวเผินคล้ายกับปากและดวงตาของสิ่งมีชีวิตเร้นลับอัลเจอร์เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง จนกระทั่งเข็มสั้นบ่งบอกชั่วโมงถูกเลื่อนมาแตะเลขสามตรงมันใช้ปลายนิ้วบีบนวดขมับเล็กน้อย ก่อนที่ภาพการมองเห็นจะกลายเป็นสีดำสนิทและแสงสีต่างๆ ฟุั้งกระจายเข้มข้นทันใดนั้น แสงแดดสว่างจ้าคล้ายกับคลื่นสมุทรก่อตัวซัดโถมโอบร่างมันไว้ในพริบตา…กรุงเบ็นลันด์ เขตราชินีภายในคฤหาสน์สุดหรูของตระกูลฮอลล์หลังจากแยกย้ายกับครูเต้นรำ ออเดรย์รีบล็อกประตูก่อนจะเดินไปหน้าโต๊ะเครื่องแปั้งเก่าแก่ตัวเดิมแสงแดดภายนอกห้องกำลังส่องสว่างอย่างเจิดจ้า เป็นปรกติของยามบ่ายสาม บนโต๊ะเครื่องแปั้งม