พิ่มเติม แน่นอน เจ้าจะได้อ่านเอกสารโบราณด้วย”“ครับผม!”ไคลน์เห็นด้วยทุกประการกับคำแนะนำของลุงนีลล์ชายหนุ่มใช้ไม้ค้ำพยุงร่างออกจากห้องแปรธาตุ มันและลุงนีลล์แยกย้ายเมื่อถึงทางแยก ลุงนีลล์ต้องไปเฝั้าคลังอาวุธต่อส่วนไคลน์แบกร่างอันอ่อนล้าของตนเดินขึ้นบันไดหินพลางบีบนวดขมับ
ทันใดนั้น ดันน์·สมิทเดินเข้ามาทักจากด้านหลังด้วยรอยยิ้มมุมปาก“ผมได้ยินมาว่า คุณเป็นผู้ที่เหมาะกับนักทำนายมาก ถึงขนาดใช้เนตรวิญญาณได้โดยไม่ต้องเข้าฌานอย่างนั้นหรือ?”“คงเป็นพลังพิเศษเฉพาะตัวของนักทำนายกระมังครับ”ไคลน์ตอบถ่อมตนหัวหน้าคงรับหน้าที่เฝั้าคลังอาวุธแทนนีลล์จนถึงเมื่อครู่สินะดันน์·สมิทเดินแซงไคลน์ไปเล็กน้อย ก่อนจะชะงักและหันกลับมากล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง“คุณต้องจำใส่ใจไว้ว่า แมวขี้สงสัยคือแมวที่อายุสั้นผู้วิเศษก็เช่นกัน ห้ามฟังเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน และห้ามจ้องมองสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นโดยเด็ดขาด”“เข้าใจแล้วครับ”
ไคลน์ยังจำได้ นั่นคืออีกสาเหตุสำคัญที่ผู้วิเศษเกิดการคลุ้มคลั่งเมื่อกลับถึงสำนักงานบริษัทหนามทมิฬ ชายหนุ่มกล่าวอำลาโรแซนที่ยังไม่ทราบว่าตนกลายเป็นผู้วิเศษ จากนั้นก็เดินลงบันไดและขึ้นรถม้าแบบรางกลับถนนดารารัตน์-บ้านหลังใหม่เมื่อเสร็จสิ้นการเดินทาง ไคลน์รู้สึกอ่อนล้าพร้อมสลบลงทุกเมื่อยังเป็นเวลาช่วงเช้าของวัน อุณหภูมิประมาณยี่สิบหกองศาเซลเซียส ไคลน์นำกุญแจออกจากเอวและไขประตูบ้านเข้าไปบ้านหลังใหม่ยังขาดองค์ประ