ยมเรียบร้อย อาหารกลางวันคือชาคู่กับขนมปังไรย์ทาเนยที่เตรียมไว้ถัดมาเป็นการทบทวนความรู้ของโลกยุคปัจจุบันจากหนังสือและไดอารีของไคลน์คนก่อน มันเริ่มเข้าใจพื้นเพและธรรมชาติของโลกใบนี้เพิ่มขึ้นเมื่อความทรงจำในอดีตเริ่มกลับคืนมาทีละนิด…เวลา 2 : 57 ในยามบ่าย ชายหนุ่มปิดหนังสือลงพร้อมกับสวมปลอกปากกา ผ้าม่านภายในห้องถูกดึงปิดสนิทมิดชิด ส่งผล
ให้บรรยากาศค่อนข้างมืดสลัว ก่อนจะเดินไปล็อกประตูห้องนอนปิดท้ายปลายนิ้วชี้ถูกแตะหว่างคิ้วสองครั้งเพื่อเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณ สายตากวาดมองสำรวจรอบห้องหาสิ่งผิดปรกติเมื่อไม่พบอะไร ไคลน์ออกจากเนตรวิญญาณและตรวจสอบเวลาจากนาฬิกาพกเป็นครั้งสุดท้ายติ๊ก ต่อกติ๊ก ต่อกอีกหนึ่งนาทีก่อนบ่ายสาม ไคลน์ปิดนาฬิกาและเริ่มเดินทวนเข็มเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อนจะปิดท้ายด้วยการท่องคาถาภาษาจีนกลางเสียงค่อยเพียงแต่ในคราวนี้ มันไม่ต้องเตรียมอาหารวางไว้สี่มุมห้องขณะหลับตาลง ไคลน์เริ่มสัมผัสว่าหลังมือเกิดอาการคันยุบยิบ ประหนึ่งจุดดำทั้งสี่ที่เรียงตัวเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกำลังปูดโปนออกมาจากผิวหนัง
เสียงตะโกนโหวกเหวกและเสียงกระซิบอันแหบพร่ายังคงดังข้างหูอย่างเด่นชัดเช่นเคย แต่ไคลน์สัมผัสได้ว่า อาการปวดศีรษะไม่รุนแรงเหมือนกับครั้งแรกไม่ใช่ว่ามันไม่ส่งผล แต่คงเพราะไคลน์ชื่อฟังคำเตือนของดันน์ที่กล่าวว่า ‘ห้ามตั้งใจฟังเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินเด็ดขาด’ในฐานะผู้วิเศษ มันจำเป็นต้องมีว