ี่สุดของผู้วิเศษ แถมยังเป็นพลังที่จำเป็นสำหรับศึกษาศาสตร์เร้นลับในอนาคต… เนตรวิญญาณ!”ลุงนีลล์ดับโคมไฟทั้งหมดในห้องพร้อมกับเปิดประตูแง้มเล็กน้อยให้แสงลอดผ่าน บรรยากาศภายในห้องแปรธาตุพลันมืดสลัว แต่ก็พอจะมองเห็นเค้าลางของวัตถุภายใน“เอาละ คงสภาพเข้าฌานไว้ก่อน ยกฝั่ามือทั้งสองขึ้น นำหลังมือวางไว้หน้าดวงตาแต่ละข้าง นิ้วชี้ต้องอยู่ใกล้กัน แต่ห้ามสัมผัสกันโดยเด็ดขาด”
“ค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละนิด จนกว่าจะคุ้นชินกับความมืดของห้อง”ไคลน์ทำตามขั้นตอนของลุงนีลล์อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเมื่อสายตาเริ่มปรับแสง มันมองเห็นเค้าลางของนิ้วทั้งสิบและฝั่ามือเบื้องหน้า รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องแปรธาตุ“อันที่จริง เจ้าต้องนอนราบลงกับพื้นเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย แต่เมื่อดูจากการเข้าฌานที่ลื่นไหล ฉันคิดว่าคงไม่จำเป็น”นีลล์หัวเราะคิกคัก“เอาล่ะ ดวงตาซ้ายเพ่งมองหลังมือซ้าย ดวงตาขวาเพ่งมองหลังมือขวา จากนั้นก็ขยับนิ้วชี้ทั้งสองขึ้นลงเล็กน้อยอย่าให้สัมผัสโดนกันเด็ดขาด และห้ามขยับออกจากกรอบการมองเห็นของสายตา”ไคลน์ฟังจับใจความก่อนจะแบ่งสมาธิดวงตาเพื่อมองหลังมือแต่ละข้าง ถัดมาเป็นการขยับนิ้วชี้ให้ยังอยู่ในขอบเขตสายตาโดยไม่สัมผัสกัน
หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…ทันใดนั้น แสงสีแดงพลันส่องสว่างจากนิ้วมือทั้งสิบ“เอ๋…”ชายหนุ่มส่งเสียงประหลาดใจ“เห็นสีแล้วใช่ไหม? ต้องอย่างนั้น! นี่คือขั้นแรกของเนตรวิญญาณ สีที่เจ้าเห็นเรียกว่าแสงออร